vincent.jpg.png
vc_3.png

Vincent Clinic Bangkok Plastic Surgery

คลินิกศัลยกรรมความงาม ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit
บทความ
หน้าหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร วิธีแก้ปัญหาในแต่ละช่วงวัยมีอะไรบ้าง?
แชร์ :

หน้าหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร วิธีแก้ปัญหาในแต่ละช่วงวัยมีอะไรบ้าง?

หน้าหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร
อยากรู้เรื่องอะไร? คลิกที่หัวข้อได้เลย!

หน้าหย่อนคล้อย อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย ส่งผลทำให้ปัญหาผิวต่าง ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เสียบุคลิกภาพ บั่นทอนความมั่นใจให้ลดลง ในเนื้อหานี้ Vincent Clinic Plastic Surgery จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหานี้ในประเด็นอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น สาเหตุที่ทำให้เกิดความหย่อนคล้อย สังเกตอย่างไรว่าผิวกำลังหย่อนคล้อย แก้ไขได้ด้วยวิธีใดบ้าง เลือกทำวิธีไหนดี สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากรายละเอียดต่อไปนี้

Key Takeaways

  • หน้าหย่อนคล้อยเป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย ผิวไม่เรียบเนียน ส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ
  • สาเหตุของหน้าหย่อนคล้อยเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น แสงแดด มลภาวะ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
  • ปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อย คือ คอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดลงทำให้ผิวสูญเสียความกระชับ ขาดความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยและร่องลึกตามมา
  • การผ่าตัดดึงหน้าเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยได้ตรงจุด ให้ผลลัพธ์ชัดเจน และคงอยู่ได้นาน
  • สำหรับคนที่หน้าหย่อนคล้อยไม่มากสามารถเลือกใช้เครื่องยกกระชับหรือหัตถการอื่น ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยให้ผิวกลับมาเต่งตึงได้

หน้าหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร?

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหน้าหย่อนคล้อยมีด้วยกันหลายอย่าง ทั้งจากสิ่งที่ควบคุมได้และสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ หากเข้าใจสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้สามารถลดความรุนแรงของปัญหาให้น้อยลงได้ โดยมีรายละเอียดของปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาความหย่อนคล้อย ดังนี้

  • อายุเพิ่มขึ้น ทำให้เซลล์ต่าง ๆ เริ่มเสื่อมสภาพ คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง รวมไปถึงกล้ามเนื้อที่พยุงชั้นผิวเริ่มหย่อนคล้อย ทำให้ผิวเหี่ยว ไม่เต่งตึง เกิดริ้วรอย ผิวไม่กระชับ
  • แสงแดด เนื่องจากรังสี UV ที่แผงอยู่ในแสงแดดสามารถทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวได้ จึงทำให้เกิดความหย่อนคล้อย ริ้วรอยก่อนวัย
  • มลภาวะ ที่เข้ามากระทบผิว เช่น ฝุ่น ควัน สภาพอากาศ สามารถทำให้ผิวเกิดการเสื่อมสภาพ หมองคล้ำ ผิวอ่อนแอ เกิดริ้วรอย และความเหี่ยวย่นได้
  • ดูแลผิวไม่เพียงพอ เช่น บำรุงผิวไม่สม่ำเสมอ ล้างหน้าแล้วถูแรงเกินไป ส่งผลทำให้ผิวอ่อนแอ ขาดความยืดหยุ่น เกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ได้ง่าย ผิวจึงหย่อนคล้อยไวขึ้นตามไปด้วย
  • ความเครียดสะสม เมื่อเกิดความเครียดขึ้นฮอร์โมนและระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะเกิดการเสียสมดุล ส่งผลกระทบทำให้ผิวหมองคล้ำ หน้าโทรม ผิวไม่เฟิร์มกระชับ
  • ลดน้ำหนักเร็วเกินไป สำหรับการที่น้ำหนักตัวมีการลดลงอย่างรวดเร็ว เกิดช่องว่างจากการที่ไขมันหายไป ผิวคืนตัวไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาผิวย้วยหรือหย่อนคล้อยได้
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือรับประทานอาหารไม่มีประโยชน์ ทำให้อนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น เซลล์ผิวขาดสารอาหาร คอลลาเจนถูกทำลาย 

ปัญหาผิวในแต่ละช่วงวัย

วิธีสังเกตผิวหน้าหย่อนคล้อย และปัญหาผิวในแต่ละช่วงวัย

สำหรับการสังเกตผิวหย่อนคล้อย สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ เวลาส่องกระจกจะเริ่มเห็นร่องลึกหรือริ้วรอยปรากฏขึ้นบนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา ริมปาก และหน้าผาก ที่จะมองเห็นได้ชัดเจน นอกจากนั้นจะสังเกตเห็นว่าหน้าเริ่มกลม กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนก่อนหน้านี้ ผิวเริ่มหย่อนลงมาบริเวณใต้คางและลำคอ ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนบริเวณหน้าแก้มกว้างขึ้น เกิดจากการที่คอลลาเจนในชั้นผิวลดลง ผิวหมองคล้ำไม่กระจ่างใส มีจุดด่างดำเยอะขึ้น ซึ่งในแต่ละช่วงวัยจะมีปัญหาผิวที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

ปัญหาผิวอายุ 20 – 29 ปี

ช่วงอายุ 20 – 29 ปี จะเป็นช่วงที่ผิวเริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะคอลลาเจนเริ่มลดลงบางส่วนโดยเฉพาะหลังอายุ 25 ปี เริ่มมองเห็นสัญญาณผิวเสื่อมสภาพได้บ้างเล็กน้อย เช่น ผิวเริ่มหมองคล้ำง่าย มีรอยสิวหรือจุดด่างดำ เกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น เริ่มเห็นรูขุมขนชัดขึ้นในบางจุด

ปัญหาผิวอายุ 30 – 39 ปี

ช่วงอายุ 30 – 39 ปี เป็นช่วงที่เซลล์ผิวเริ่มเกิดการเสื่อมสภาพมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวลดลงค่อนข้างเยอะ สามารถเห็นปัญหาผิวต่าง ๆ ได้มากขึ้น เช่น ผิวขาดความยืดหยุ่น รูขุมขนกว้าง ผิวขาดความชุ่มชื้น เกิดริ้วรอย มีร่องลึก ผิวหน้าหย่อนคล้อย หน้าโทรม สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีฝ้า กระ จุดด่างดำ เห็นความหมองคล้ำชัดเจน 

ปัญหาผิวอายุ 40 – 49 ปี

ช่วงอายุ 40 – 49 ปี เป็นช่วงวัยที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวที่ชัดเจนกว่าช่วงวัยสามสิบ เพราะกระบวนการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลงไปมากกว่า 30 % ผิวจึงสูญเสียความยืดหยุ่น ชั้นผิวเริ่มบางลง ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง แต่งหน้าไม่ค่อยติดทน นอกจากนั้นยังสามารถมองเห็นร่องลึก ริ้วรอยถาวร ได้อย่างชัดเจน ทั้งยังมีปัญหากล้ามเนื้อเริ่มเสื่อมสภาพไม่สามารถยกผิวให้กระชับได้ ทำให้ชั้นผิวและชั้นไขมันเคลื่อนตัวคล้อยลง ฮอร์โมนเริ่มแปรปรวนเกิดปัญหาจุดด่างดำ ฝ้า กระ ผิวโทรมหมองคล้ำมากยิ่งขึ้น

ปัญหาผิวอายุ 50 – 59 ปี

สำหรับในช่วง 50 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายเสียสมดุลค่อนข้างมาก ส่งผลกระทบต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน น้ำมันผิวที่หายไปอย่างรวดเร็วและมากกว่าช่วงวัยสี่สิบหลายเท่าตัว นอกจากนั้นชั้นกระดูกเกิดการทรุดตัวและชั้นกล้ามเนื้อไม่กระชับ ผิวหน้าหย่อนคล้อยจนทำให้โครงหน้าโดยรวมเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน หน้าโทรม ผิวเหี่ยวย่น ไม่อ่อนเยาว์

หน้าหย่อนคล้อยทำอะไรดี

มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ทำอะไรดี?

วิธีแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยมีด้วยกันหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของปัญหาและความต้องการในแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป โดยมีรายละเอียดของแต่ละวิธีดังนี้

โบท็อกแก้หน้าหย่อนคล้อย

การแก้หน้าหย่อนคล้อยด้วยโบท็อก เป็นการใช้ตัวยาที่ออกฤทธิ์ระงับการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งผิวหน้าให้คล้อยลง ผลที่ได้จึงเห็นใบหน้าที่ยกขึ้น ผิวเต่งตึง ปรับใบหน้าให้มีมิติมากขึ้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาไม่เยอะมากหรือมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อดึงรั้งผิวหน้ามากเกินไป แต่วิธีนี้ไม่คงอยู่ถาวร ต้องฉีดซ้ำเรื่อย ๆ เพื่อคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้ตลอด 

ฟิลเลอร์ยกกระชับผิว

ยกกระชับผิวหน้าด้วยฟิลเลอร์เป็นการใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid เข้าไปเติมเต็มชั้นผิวที่เกิดการยุบตัวหรือขาดหายไป ช่วยพยุงชั้นผิวให้เต่งตึง ยกผิวกระชับได้บางส่วน เหมาะกับคนที่ไม่ได้มีปัญหาความหย่อนคล้อยมากนัก ต้องการเติมเต็มวอลลุ่มให้ผิวอิ่มฟู โดยสามารถฉีดเติมได้เรื่อย ๆ เพราะผลลัพธ์ไม่คงอยู่ถาวร สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ

ฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน

เทคนิคการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) เป็นการช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใต้ชั้นผิวในระยะยาวให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาค่อนข้างน้อยไปจนถึงปัญหาระดับปานกลาง หากฉีดครบตามคอร์สแนะนำของแพทย์ผลลัพธ์จะสามารถคงอยู่ได้นาน

ใช้เครื่องยกกระชับหน้า

แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยด้วยเครื่องยกกระชับ เป็นการใช้เทคโนโลยีคลื่นพลังงานปล่อยลงสู่ชั้นผิวลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งสามารถช่วยให้ผิวยกกระชับขึ้นได้อย่างเห็นผลชัดเจน ทั้งยังได้เรื่องของการกระตุ้นคอลลาเจน ผิวเรียบเนียน เต่งตึง เหมาะกับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับปานกลาง ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำและสภาพผิวของแต่ละคนที่แตกต่างกัน

ผ่าตัดดึงหน้า

สำหรับการ ดึงหน้า เพื่อแก้ผิวหย่อนคล้อย เป็นการเปิดแผลขนาดเล็กซ่อนไปตามแนวไรผมหรือด้านหลังไรผม เพื่อตัดแต่งชั้นกล้ามเนื้อ ชั้นไขมัน ชั้นผิว และผิวหนังส่วนเกินออกไป เพื่อดึงยกให้ใบหน้ากระชับไม่หย่อนคล้อยเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นแก้ปัญหาที่ตรงจุด ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน คงอยู่ได้นานหลายปี ไม่ต้องทำบ่อย คงอยู่ได้จนกว่าผิวจะเริ่มกลับมาหย่อนคล้อยตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยสามารถเลือกทำเฉพาะจุดหรือทั่วทั้งใบหน้าได้ตามระดับความรุนแรงของปัญหาในแต่ละคน ดังนี้

  • ดึงหน้าผาก คือ การผ่าตัดเพื่อเข้าไปยกกล้ามเนื้อหน้าผากที่หย่อนคล้อยให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยดึงผิวให้เรียบตึง ลดริ้วรอย ลดรอยพับบริเวณหน้าผากได้อีกด้วย
  • ดึงหน้าส่วนบน คือ การผ่าตัดดึงหน้าตั้งแต่ช่วงไรผมด้านบนหน้าผากลงมาจนถึงบริเวณคิ้ว เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว ขมับ รวมถึงปัญหาคิ้วตกได้อีกด้วย
  • ดึงหน้าส่วนล่าง คือ การทำศัลยกรรมดึงหน้าตั้งแต่ช่วงใต้จมูกไปจนถึงปลายคาง เพื่อแก้ปัญหามุมปากตก ร่องน้ำหมากลึก ให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง ทั้งยังช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวมีวีเชพสวย กรอบหน้าชัดขึ้น
  • ดึงทั้งใบหน้า คือ การศัลยกรรมดึงหน้าแบบ Full Face Lifting เพื่อปรับรูปหน้าและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าโดยรวมทั้งหมดทุกตำแหน่ง

นอกจากนี้ยังมีเทคนิคที่ใช้ในการดึงหน้าอีกหลายเทคนิคที่ได้รับความนิยม โดยแพทย์จะเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหา สภาพผิว และความต้องการของแต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยมีเทคนิคการดึงหน้า ดังนี้ 

  • Endoscopic FaceLift คือ การผ่าตัดดึงหน้าผ่านการส่องกล้อง Endoscope ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดค่อนข้างเล็ก ทำให้แทบมองไม่เห็นรอยแผลผ่าตัดหลังทำ
  • Endotine FaceLift คือ การดึงหน้าด้วยวัสดุทางการแพทย์ในการช่วยยึดเนื้อเยื่อต่าง ๆ ให้ยกขึ้นมาในตำแหน่งที่ต้องการ มีทั้งแบบหมุดและแบบ Ribbon
  • SMAS Facelift คือ การดึงหน้าในชั้นลึกระดับ SMAS เพื่อดึงขึ้นมาขึงในตำแหน่งที่ต้องการ โดยชั้นนี้เป็นเนื้อเยื่อที่กันอยู่ระหว่างชั้นกล้ามเนื้อและชั้นผิวหนัง ซึ่งมีผลต่อการหย่อนคล้อยของใบหน้าและผิวพรรณค่อนข้างมาก 
  • Deep Plane Facelift คือ เทคนิคยกกระชับใบหน้าแบบชั้นลึกมากกว่าการดึงหน้าแบบทั่ว สามารถปรับโครงสร้างใบหน้าได้ทั้งหมด โดยการเข้าไปปลดล็อกเส้นเอ็น Retaining Ligament ซึ่งทำหน้าที่ในการยึดผิวหน้า ผลลัพธ์ที่ได้ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่
  • ดึงหน้าทั่วไป คือ ศัลยกรรมดึงหน้าที่จะเข้าไปตัดแต่งชั้นผิวหนังและชั้นไขมันส่วนเกินออก แล้วดึงมาเย็บในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ผิวหน้ายกกระชับ เรียบตึง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ หน้าหย่อนคล้อย (FAQ)

หน้าหย่อนคล้อยเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความสงสัยให้กับใครหลายคน เพราะเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและมีระดับความรุนแรงของปัญหาที่หลากหลาย ในหัวข้อนี้จึงได้รวบรวมเอาคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

Q: อายุ 30 หน้าหย่อนคล้อย ควรเลือกยกกระชับหน้าวิธีไหนดี?
A: สำหรับคนที่อายุ 30 ปี โดยปกติจะเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่มากถึงระดับปานกลาง สามารถเลือกใช้เครื่องยกกระชับเพื่อแก้ปัญหาได้ หรือใช้การดึงหน้าเฉพาะจุดในการแก้ปัญหาบางตำแหน่ง เช่น การยกคิ้ว หรือแก้ขมับตก โดยไม่ต้องผ่าตัดดึงทั่วหน้าได้เช่นกัน

Q: หน้าหย่อนคล้อย ร่วมกับร่องแก้มลึกควรดึงหน้าแบบไหนดี?
A: หากมีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยไม่มากแต่มีร่องแก้มลึก สามารถเลือกการดึงหน้าเฉพาะใบหน้าส่วนกลาง (Midface Lift) เพื่อยกกระชับบริเวณแก้มที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น ทำให้ร่องแก้มตื้นขึ้นตามไปด้วย โดยแพทย์จะประเมินและวินิจฉัยสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา หากเป็นที่กล้ามเนื้อก็สามารถใช้เทคนิค SMAS Facelift ได้ หรือถ้าปัญหาอยู่ที่ชั้นผิวและชั้นไขมัน แพทย์อาจเลือกเป็นเทคนิคดึงหน้าทั่วไป

Q: ถ้าอายุ 50 แล้ว เครื่องยกกระชับจะช่วยแก้ไขหน้าหย่อนคล้อยได้ไหม?
A: ในกรณีของคนอายุ 50 ปีขึ้นไป หากไม่ได้ดูแลตัวเองมาเลยหรือดูแลไม่เพียงพอในช่วงก่อนหน้า มักจะมีปัญหาความหย่อนคล้อยที่ค่อนข้างมาก การใช้เครื่องยกกระชับอาจจะไม่เห็นผลมากนัก การผ่าตัดดึงหน้าจึงเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ดีและชัดเจนมากกว่า

Q: ป้องกันไม่ให้หน้าหย่อนคล้อยก่อนวัยอย่างไร?
A: สำหรับคนที่ต้องการชะลอหรือลดความรุนแรงของปัญหาหน้าหย่อนคล้อยก่อนวัย แนะนำให้ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้ผิวเสื่อสภาพไวขึ้น รวมไปถึงสามารถใช้หัตถการทางการแพทย์เพื่อช่วยให้ผิวแข็งแรง คงความอ่อนเยาว์ เรียบเนียน ใบหน้ากระชับ ให้คงอยู่ได้นานยิ่งขึ้น

Q: เลือกหัตถการแก้หน้าหย่อนคล้อยอย่างไร ให้เหมาะกับผิว?
A: การเลือกหัตถการแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยควรพิจารณาจากสาเหตุและความรุนแรงของปัญหา หากความหย่อนคล้อยเกิดจากชั้นกล้ามเนื้อและมีความรุนแรงค่อนข้างมาก แนะนำให้เลือกใช้การผ่าตัดดึงหน้า เพราะเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างเห็นผลและตรงจุดมากที่สุด 

สรุป

หน้าหย่อนคล้อย อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อใบหน้าและภาพลักษณ์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกช่วงวัย โดยเฉพาะคนที่มีอายุตั้งแต่ช่วง 35 ปีขึ้นไป จะเริ่มเห็นผิวที่หย่อนคล้อยชัดขึ้น สำหรับคนที่มีปัญหาหย่อนคล้อยเยอะ ๆ สามารถเลือกใช้ศัลยกรรมดึงหน้าเพราะเป็นวิธีที่แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ชัดเจน หากใครที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ใบหน้าไม่ได้รูป ผิวพรรณไม่กระชับ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Plastic Surgery เพื่อรับการประเมินปัญหา วิเคราะห์โครงหน้า และออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคล

Scroll to Top
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit