vincent.jpg.png
vc_3.png
Vincent Clinic Bangkok Plastic Surgery
คลินิกศัลยกรรมความงาม ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit
บทความ
ปลูกผม DHI คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง ต่างจากเทคนิคอื่นอย่างไร?
แชร์ :

ปลูกผม DHI คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง ต่างจากเทคนิคอื่นอย่างไร?

What is DHI hair transplant?
อยากรู้เรื่องอะไร? คลิกที่หัวข้อได้เลย!

Key Takeaways

  • DHI (Direct Hair Implantation) คือเทคนิคปลูกผมถาวรที่พัฒนาจากวิธี FUE โดยใช้ Implanter Pen ฝังกราฟต์ผมลงหนังศีรษะโดยตรง ไม่ต้องเจาะรูล่วงหน้า ทำให้เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย ฟื้นตัวไว
  • เทคนิคนี้ช่วยให้แพทย์ควบคุมทิศทาง ความลึก และองศาของเส้นผมที่นำมาปลูกได้อย่างแม่นยำ จึงให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เส้นผมเรียงตัวสวย และดูแน่น
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหา ผมบางจากพันธุกรรม ฮอร์โมน หรือหัวล้านระดับปานกลาง ปรับลุคให้ดูเด็กลง
  • แตกต่างจากเทคนิค FUE ตรงที่ไม่ต้องเจาะรูบนหนังศีรษะก่อนปลูกผมก่อน ลดการสัมผัสหรือทำให้รากผมเสียหายน้อยลง
  • เทคนิค DHI อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องปลูกผมหรือมีปัญหาในพื้นที่ขนาดใหญ่ เพราะไม่สามารถย้ายกราฟต์ผมครั้งละมาก ๆ ได้ในทีเดียว
  • ผมเริ่มงอกใหม่ในช่วง 3 เดือนเป็นต้นไป และจะเห็นผมงอกขึ้นเต็มที่ในช่วง 6–12 เดือน 

เทคนิคปลูกผม DHI เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ต้นเหตุของความไม่มั่นใจ เสียบุคลิกภาพ ทั้งยังทำให้ดูแก่กว่าวัยได้อีกด้วย สำหรับเทคนิคนี้ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากการปลูกผมแบบเดิมโดยที่ไม่ต้องผ่าตัดกรีดหนังศีรษะออกมา สำหรับใครที่ยังสงสัยว่าเทคนิคนี้คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง แตกต่างจากเทคนิคอื่นอย่างไร มีข้อดีหรือข้อเสียอะไรบ้าง หลังทำพักฟื้นนานไหม วิธีเตรียมตัวก่อนทำมีอะไรบ้าง หลังทำต้องดูแลตัวเองอย่างไร Vincent Clinic Plastic Surgery แนะนำให้ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้จากข้อมูลต่อไปนี้ได้เลย

เทคนิคปลูกผม DHI คืออะไร?

ปลูกผม DHI (Direct Hair Implantation) คือ เทคนิคที่ต่อยอดมาจากการปลูกผม แบบ FUE (Follicular Unit Extraction) ด้วยการใช้ Implanter Pen หรือ ปากกาปลูกผมที่มีทั้งปลายแหลม และปลายทู่ฝังกราฟต์ผมลงไปที่หนังศีรษะโดยตรงทีละกราฟต์ตามแนวผมที่กำหนดไว้ โดยตัดขั้นตอนในการเจาะรูเพื่อปลูกผมออกไป สามารถควบคุมทิศทางของแนวผมได้เป็นอย่างดี ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ลดอาการบวมช้ำ พักฟื้นน้อย 

ตารางเปรียบเทียบปลูกผม DHI กับ FUE ต่างกันอย่างไร?

รายละเอียด

เทคนิคปลูกผม FUE

เทคนิคปลูกผม DHI

วิธีเก็บกราฟต์ผม ใช้เครื่องมือพิเศษเจาะเก็บรากผมทีละกราฟต์  ใช้เครื่องมือพิเศษเจาะเก็บรากผมทีละกราฟต์
วิธีปลูกผม ใช้เครื่องมือพิเศษเจาะรูที่หนังศีรษะก่อนนำกราฟต์ผมลงไปปลูก  ใช้ Implanter Pen ฝังกราฟต์ผมลงไปที่หนังศีรษะได้โดยตรง ไม่ต้องเจาะรูก่อนปลูก ควบคุมทิศทางการปลูกผมและความลึกของการใส่รากผมได้ดี
โอกาสรอดของเส้นผมที่ปลูก โอกาสรอดสูง โอกาสรอดสูง
ระยะเวลาทำหัตถการ นานกว่า เนื่องจากมีขั้นตอนที่ละเอียดกว่า ปานกลาง
แผลหลังทำ แผลเล็ก แผลเล็ก
เหมาะกับใคร คนที่มีปัญหา ผมบาง หรือศีรษะล้านค่อนข้างมาก คนที่มีปัญหาผมบาง หรือศีรษะล้านระดับปานกลาง

ขั้นตอนการปลูกผมด้วยเทคนิค DHI

สำหรับการปลูกผม DHI ถูกพัฒนาต่อยอดให้สามารถปลูกผมได้ไวขึ้น ด้วยการตัดขั้นตอนในการเจาะรูบริเวณหนังศีรษะก่อนปลูกผมออกไป ซึ่งขั้นตอนหลักๆ จะมีความคล้ายกับเทคนิคปลูกผม FUE โดยมีรายละเอียดของขั้นตอนการปลูกผม ดังนี้

  • แพทย์ประเมินปัญหา วิเคราะห์โครงหน้า ตรวจความแข็งแรงของรากผม ออกแบบแนวผมให้รับกับใบหน้าและความต้องการของคนไข้แต่ละคน
  • แพทย์โกนหรือตัดผมบริเวณด้านหลังศีรษะในตำแหน่งที่ต้องการเก็บรากผม หลังจากนั้นจึงฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อไม่ให้คนไข้รู้สึกเจ็บระหว่างทำ รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น 
  • หลังจากยาชาออกฤทธิ์แพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษในการเจาะเก็บรากผมทีละกราฟต์ นำไปแช่ในน้ำยาแช่รากผมที่ช่วยให้มีโอกาสงอกสูงขึ้น และทำการคัดแยกรากผมที่แข็งแรงสมบูรณ์ก่อนนำไปปลูก
  • หลังจากนั้นแพทย์จะฉีดยาชาในตำแหน่งที่ต้องการปลูกผม บรรจุรากผมลงใน Implanter Pen แล้วจึงนำไปปลูกในตำแหน่งที่กำหนดไว้ทีละกราฟ
  • หลังทำเสร็จคนไข้สามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้นที่คลินิก เพียงแต่ต้องควรดูแล และระวังหลังปลูก

dhi มีข้อดีที่แตกต่างจากวิธีอื่นยังไง

ปลูกผม DHI มีข้อดีที่แตกต่างจากวิธีอื่นอย่างไร?

สำหรับ DHI เป็นเทคนิคการปลูกผมที่ถูกพัฒนาต่อยอดจากเทคนิค FUE ซึ่งลดขั้นตอนบางอย่างออกไป แต่ยังได้ผลลัพธ์ที่ดีหลังทำ โดยมีข้อดีดังนี้

  • ลดอาการบวมช้ำ พักฟื้นน้อย เพราะไม่มีขั้นตอนเจาะรูก่อนปลูกผม
  • แพทย์ควบคุมทิศทางและองศาเส้นผมได้ดี แนวผมเรียงตัวสวยและมีความหนาแน่น
  • ลดการสัมผัสหรือขั้นตอนที่ทำให้รากผมเสียหายน้อยลง โอกาสรอดเพิ่มขึ้น
  • มีแผลขนาดเล็กเพียง 0.5 – 0.9 มม.
  • ไม่ต้องกรีดหนังศีรษะออกมาเพื่อเก็บกราฟต์ผมเหมือนการปลูกผม FUT

ข้อจำกัดของการปลูกผม DHI

เทคนิค DHI ถึงแม้จะมีข้อดีหลายอย่างที่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของ ผมร่วง ผมบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบ้างเรื่อง ดังนี้

  • ย้ายรากผมครั้งละมากๆ ไม่ได้ หากมีพื้นที่ที่ต้องการปลูกผมมีขนาดค่อนข้างกว้าง เหมาะกับพื้นที่เล็กๆ มากกว่า
  • ใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะเป็นวิธีที่ละเอียด รวมยังย้ายรากผมได้ทีละน้อยจึงใช้เวลาประมาณ 6 – 10 ชั่วโมง
  • ราคาค่อนข้างสูง เพราะมีเครื่องมือพิเศษในการปลูกผม จึงราคาสูงกว่าถ้าเทียบกับวิธีอื่น

ปลูกผม DHI เหมาะกับใคร?

การปลูกผมด้วยเทคนิค DHI เป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีหลังทำ จึงทางเลือกปลูกผมที่เหมาะกับคนกลุ่มต่อไปนี้  

  • คนที่มีปัญหาผมบาง หัวเถิก หรือ หัวล้าน ไม่มาก ความรุนแรงอยู่ในระดับปานกลาง โดยจะเติมผมให้ดูเต็ม ดูหนาขึ้น
  • คนที่ต้องการปรับลุค เปลี่ยนบุคลิกให้ดูดีขึ้น การมีผมที่หนาและแนวผมที่ชัดเจน ช่วยเสริมบุคลิกภาพ ทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมดูดีขึ้น
  • คนที่ต้องการให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ การปลูกผมช่วยให้แนวไรผมกลับมาชัดขึ้น ทำให้กรอบหน้าดูเล็กลงและสดใสกว่าเดิม ส่งผลให้ใบหน้าดูเด็กลง
  • คนที่ต้องการปลูกผมเฉพาะจุด มีปัญหาผมบางเป็นหย่อมๆ หรืออยากเติมบางตำแหน่ง เทคนิค DHI สามารถปลูกเฉพาะจุดได้โดยไม่กระทบผมบริเวณอื่น
  • คนที่ต้องการผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ การใช้ปากกาปลูกผมทำให้รากผมใหม่ที่ปลูกมีทิศทาง และองศาใกล้เคียงเส้นผมจริงได้แนวผมที่เรียงตัวสวย และดูเป็นธรรมชาติ
  • คนที่มีปัญหาผมบางจากฮอร์โมนหรือพันธุกรรม เทคนิคนี้จะช่วยฟื้นฟูความหนาแน่นของผมและเพิ่มความมั่นใจได้อย่างดี

การเตรียมตัวก่อนปลูกผม DHI

เพื่อให้การปลูกผมด้วยเทคนิค DHI เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน ลดโอกาสเกิดความผิดปกติต่าง ๆ ให้น้อยลง ควรเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการดังนี้

  • งดวิตามิน อาหารเสริม หรือยาที่ส่งผลกระทบต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา โสม แอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือด ควรงดอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เพราะสารเหล่านี้ทำให้เลือดออกง่าย หยุดช้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อการบวมช้ำหรือเลือดคั่งหลังทำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ เพราะส่งผลทำให้แผลหายช้า ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ไม่เต็มที่ ควรงดไปก่อนอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ควรสระผมให้เรียบร้อยในคืนก่อนหน้าการผ่าตัด เพื่อทำความสะอาดหนังศีรษะ และเส้นผม ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ เนื่องจากหลังปลูกผมใหม่ 2–3 วันแรก แพทย์มักแนะนำให้งดสระผม
  • งดทำสีผม หรือใช้สารเคมีกับเส้นผม เพราะอาจทำให้หนังศีรษะระคายเคือง หรือส่งผลต่อการฟื้นตัวหลังปลูกผม 
  • เตรียมเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ถอดง่าย  เพื่อหลีกเลี่ยงการถอดหรือสวมเสื้อที่ต้องสวมทางศีรษะ ซึ่งอาจกระทบกระเทือนบริเวณที่เพิ่งปลูกผมได้
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนหลับอย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงก่อนวันผ่าตัด เพื่อให้ร่างกายพร้อม ลดความเครียด และช่วยให้การฟื้นตัวหลังทำเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

วิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผม

วิธีดูแลหลังปลูกผม DHI

หลังปลูกผม DHI ควรดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดโอกาสเกิดอาการผิดปกติให้น้อยลง ป้องกันการติดเชื้อ เพิ่มโอกาสให้รากผมติดได้ดีมากขึ้น โดยสามารถดูแลตัวเองหลังทำได้ดังนี้

  • ห้ามให้แผลโดนน้ำ ในช่วง 3 วันแรกหลังทำ เนื่องจากน้ำอาจทำให้แผลเปียกชื้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และรากผมที่เพิ่งปลูกยังไม่ยึดติดกับหนังศีรษะดี หากโดนน้ำอาจทำให้หลุดออกมาได้
  • นอนยกศีรษะสูง 45 องศา จะช่วยลดอาการบวมหนังศีรษะหลังปลูกผม ควรใช้หมอนหนุน 2 ใบหรือหมอนสามเหลี่ยมเพื่อปรับองศาให้นอนได้สบาย และลดแรงกดบริเวณที่ปลูกผม
  • ควรใส่ที่รัดศีรษะตลอดเวลา ทั้งตอนกลางวันและตอนนอน ให้ครบตามกำหนดที่แพทย์แนะนำ เพื่อป้องกันการถู การเกา
  • ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคง เพราะจะทำให้แนวผมที่ปลูกใหม่ได้รับความกระทบกระเทือน รากผมเคลื่อน หลุด หรือขึ้นไม่สม่ำเสมอได้
  • งดเกา แกะ ถู หรือสัมผัสบริเวณที่ปลูกผม อาจทำให้รากผมหลุดและไม่งอกใหม่ อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • งดออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ออกแรงเยอะๆ ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ เพราะเหงื่อและการเคลื่อนไหวที่รุนแรงอาจทำให้แผลหายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และส่งผลให้รากผมใหม่ไม่แข็งแรง
  • งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์และงดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้า แผลหายยาก และรากผมใหม่ไม่แข็งแรงเท่า
  • ควรสระผมตามที่แพทย์แนะนำ โดยจะมี Specialist คอยแนะนำวิธีการสระผมที่ถูกต้องให้ เช่น ใช้แชมพูอ่อนโยน ลูบเบาๆ ไม่ใช้เล็บเกา เพื่อไม่ให้รากผมหลุด
  • รับประทานยาตามแพทย์ที่สั่งให้ครบและเข้าพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง เพื่อลดอาการปวด อาการอักเสบหลังทำ และเพื่อที่แพทย์จะคอยติดตามผลลัพธ์หลังทำ

ปลูกผม DHI ราคาเท่าไหร่?

ราคาในการปลูกผม DHI มีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับ ระดับปัญหา จำนวนกราฟต์ผมที่ใช้ ตำแหน่งที่ปลูก ความต้องการของคนไข้ และประสบการณ์ของแพทย์ ซึ่งปลูกผม DHI ราคาประมาณ 60,000 – 200,000 บาท แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์โดยตรง เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้องครบถ้วนมากที่สุด เป็นข้อมูลเฉพาะรายบุคคล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ DHI

สำหรับคนที่ยังมีความสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกผม DHI ในแง่มุมอื่น ๆ เนื้อหาต่อไปนี้ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาไว้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ช่วยไขข้อข้องใจให้กระจ่างมากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

Q: ปลูกผม DHI เจ็บไหม? ต้องฉีดยาชาเยอะหรือเปล่า?
A: สำหรับการปลูกผม DHI ระหว่างทำจะไม่รู้สึกเจ็บ เนื่องจากมีการใช้ยาชาเฉพาะจุด ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนั้นเครื่องมือที่ใช้ในการเจาะเก็บรากผมและปลูกผมมีขนาดเล็กมาก จึงไม่มีรอยแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ พักฟื้นน้อย ลดอาการบวมช้ำ หลังทำจึงไม่รู้สึกเจ็บเท่ากับการปลูกผมแบบเก่า

Q: ต้องพักฟื้นหลังปลูกผม DHI กี่วัน?
A: หลังปลูกผม DHI สามารถพักฟื้นประมาณ 3 – 5 วัน ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน เนื่องจากแผลค่อนข้างมีขนาดเล็กมาก จึงพักฟื้นน้อย 

Q: ปลูกผม DHI เหมาะกับทุกเพศทุกวัยไหม?
A: สำหรับการปลูกผมด้วยเทคนิค DHI เป็นวิธีที่สามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ได้ทั้งอายุน้อยและอายุเยอะ ขึ้นอยู่กับร่างกายของรายบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

Q: เส้นผมที่ปลูกด้วย DHI จะหลุดอีกไหม? อยู่ถาวรหรือเปล่า?
A: ในช่วงแรกประมาณ 2 – 3 เดือน จะมีอาการผมร่วงหรือที่เรียกว่า Shock loss ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบได้ โดยผมจะงอกใหม่ในช่วง 3 – 6 เดือน ซึ่งผมที่งอกใหม่จะคงอยู่ถาวร

Q: หลังปลูกผม DHI จะเห็นผลเมื่อไหร่?
A: สำหรับผลลัพธ์หลังทำสามารถเริ่มเห็นผมที่งอกใหม่ได้ในช่วง 3 เดือนเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน โดยผมจะขึ้นหนาเต็มที่ในช่วงหลังทำประมาณ 6 – 12 เดือน

สรุป

สำหรับเทคนิค DHI เป็นการปลูกผมที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากเทคนิค FUE ด้วยการใช้ Implanter Pen ปักรากผมทีละกราฟต์ลงไปบนผิวหนังได้โดยตรง ตัดขั้นตอนที่ต้องเจาะรูก่อนปลูกผมออกไป ช่วยลดอาการบวมช้ำ หายไวขึ้น พักฟื้นน้อยลง แพทย์สามารถควบคุมทิศทางของแนวไรผมได้ดี ช่วยให้แนวผมมีความหนาแน่น ละเอียด เป็นธรรมชาติ สำหรับใครที่ต้องการแก้ปัญหาผมบาง ผมร่วง หรือศีรษะล้าน แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Plastic Surgery เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินปัญหา ตรวจสภาพเส้นผม ตรวจสภาพหนังศีรษะ วิเคราะห์โครงหน้า และออกแบบการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด

Scroll to Top
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit