การปลูกผมเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางหรือผมร่วง แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าวิธีปลูกผมมีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกวิธีปลูกผมแบบไหนให้เหมาะกับสภาพเส้นผม ปัญหา และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง Vincent Clinic Plastic Surgery จะพาไปทำความเข้าใจวิธีปลูกผมที่นิยมในปัจจุบัน พร้อมแนวทางในการเลือกวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและตอบโจทย์มากที่สุด
Key Takeaways
- วิธีปลูกผมที่นิยมในปัจจุบันมี 4 แบบหลัก คือ FUT, FUE, DHI และ Long Hair ซึ่งแต่ละเทคนิคแตกต่างกันทั้งขั้นตอน ขนาดแผล ระยะฟื้นตัว และความเหมาะสม
- วิธีปลูกผม FUT เหมาะกับผู้ที่ต้องการปลูกผมจำนวนมากในครั้งเดียว มีพื้นที่ศีรษะล้านกว้าง แต่ต้องยอมรับรอยแผลเป็นเส้นที่ท้ายทอย
- วิธีปลูกผม FUE เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูง แผลเล็ก ฟื้นตัวไว เหมาะกับผู้ที่มีผมบางถึงศีรษะล้านระดับเล็กถึงปานกลาง และกังวลเรื่องรอยแผล
- วิธีปลูกผม DHI เด่นเรื่องความละเอียด ควบคุมทิศทางและความหนาแน่นของเส้นผมได้แม่นยำ เหมาะกับการเก็บแนวไรผมด้านหน้าหรือเติมความแน่นเฉพาะจุด
- วิธีปลูกผมแบบ Long Hair เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการโกนผม ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันที และอยากกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว
- การเลือกวิธีปลูกผมที่เหมาะสมควรพิจารณาจาก พื้นที่ล้าน ความหนาแน่นที่ต้องการ งบประมาณ และไลฟ์สไตล์

วิธีปลูกผม มีกี่แบบ
การปลูกผมเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน ซึ่งในปัจจุบันมีเทคนิคและวิธีการปลูกผมให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละวิธีมีขั้นตอน ข้อดี และความเหมาะสมที่แตกต่างกันไปตามสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคลดังนี้
วิธีปลูกผม FUT
การปลูกผมแบบ FUT เป็นเทคนิคปลูกผมถาวรที่แพทย์ตัดหนังศีรษะบริเวณท้ายทอยออกมาเป็นแถบ เพื่อนำไปแยกเป็นหน่วยรากผมด้วยกล้องจุลทรรศน์ ก่อนคัดเลือกและปลูกถ่ายรากผมที่แข็งแรงลงในบริเวณที่ผมบางหรือศีรษะล้าน
ข้อดีของการปลูกผมแบบ FUT คือสามารถเก็บกราฟต์ได้จำนวนมากในครั้งเดียว ควบคุมคุณภาพรากผมได้ดี ทำให้แนวผมดูเป็นธรรมชาติ และมีความหนา แต่จะมีรอยแผลเป็นเส้นยาวที่ท้ายทอย และอาจรู้สึกตึงหรือมีผมร่วงชั่วคราวในช่วงแรก จึงเหมาะกับผู้ที่มีผมท้ายทอยแข็งแรง ต้องการปลูกผมในพื้นที่กว้าง และไว้ผมยาวเพื่อช่วยปกปิดรอยแผล
วิธีปลูกผม FUE
การปลูกผมแบบ FUE เป็นเทคนิคปลูกผมถาวรที่ย้ายรากผมออกมาทีละกอจากบริเวณที่มีผมแข็งแรง เช่น ท้ายทอย โดยใช้หัวเจาะขนาดเล็กประมาณ 0.8–1.2 มิลลิเมตร โดยไม่ต้องตัดหนังศีรษะเป็นแถบ ก่อนนำกราฟต์ไปปลูกถ่ายในบริเวณที่ผมบางหรือศีรษะล้านตามแนวและทิศทางที่วางแผนไว้
ข้อดีของการปลูกผมแบบ FUE คือแผลเล็ก ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเส้นยาว ฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย และในบางกรณีสามารถนำเส้นขนจากบริเวณอื่นมาปลูกได้ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ใช้เวลาค่อนข้างนานและอาจได้กราฟต์ต่อครั้งไม่มาก จึงเหมาะกับผู้ที่มีผมบางถึงศีรษะล้านระดับเล็กถึงปานกลาง ต้องการไว้ผมสั้นหรือกังวลเรื่องรอยแผล
วิธีปลูกผม DHI
การปลูกผมแบบ DHI เป็นเทคนิคปลูกผมถาวรที่พัฒนามาจาก FUE โดยใช้ปากกา DHI Implanter ฝังกราฟต์ผมลงหนังศีรษะได้โดยตรงในขั้นตอนเดียว แพทย์จะเก็บรากผมจากบริเวณท้ายทอยแล้วฝังลงในตำแหน่งที่ผมบางหรือศีรษะล้านโดยไม่ต้องเจาะเปิดช่องปลูกก่อน
ข้อดีของการปลูกผมแบบ DHI คือสามารถควบคุมทิศทาง ความลึก และองศาของเส้นผมได้แม่นยำ ลดการบอบช้ำ แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และช่วยให้แนวผมดูหนาเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ใช้เวลาทำนาน ต้องอาศัยทักษะของแพทย์สูง และมีค่าใช้จ่ายมากกว่าวิธีอื่น จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการความเนียนและความละเอียดของแนวผมเป็นพิเศษ เช่น บริเวณแนวผมด้านหน้า
วิธีปลูกผม Long Hair
การปลูกผมแบบ Long Hair เป็นเทคนิคปลูกผมถาวรที่ย้ายรากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะโดยคงความยาวของเส้นผมไว้ ไม่จำเป็นต้องโกนหรือตัดผมก่อนนำมาปลูกถ่ายในตำแหน่งที่ผมบางหรือแนวผมที่ต้องการ แพทย์จะทำการคัดและฝังกราฟต์ผมยาวทีละรากอย่างละเอียดทำให้สามารถเห็นแนวผม กรอบหน้า และทิศทางของเส้นผมได้ทันทีหลังทำ
ข้อดีของการปลูกผมแบบ Long Hair คือช่วยให้ผมมีความยาวและกรอบหน้าได้ตามต้องการทันทีหลังทำ ลดการมองเห็นสะเก็ดแผลและรอยแผลด้านหลัง ฟื้นตัวได้เร็ว และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไว แต่วิธีนี้ใช้เวลาทำนานต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ และไม่เหมาะกับการปลูกผมจำนวนมากในครั้งเดียวเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการโกนผม ไม่ต้องการรอให้ผมยาวใหม่

เลือกวิธีปลูกผมแบบไหนดีให้เหมาะ
การปลูกผมให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคุ้มค่า แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละคนดังนี้
- พื้นที่ศีรษะล้าน ควรประเมินว่าผมบางเป็นเฉพาะจุดหรือเป็นบริเวณกว้าง เพราะมีผลต่อจำนวนรากผมที่ต้องใช้
- ความหนาแน่นและทิศทางของเส้นผม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวผมดูเป็นธรรมชาติ ควรวางแผนให้สอดคล้องกับแนวผมเดิมและโครงหน้า
- งบประมาณ ควรพิจารณาให้เหมาะกับแผนการปลูกผมทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้การรักษามีความคุ้มค่า
- ไลฟ์สไตล์และเวลาพักฟื้น ผู้ที่มีเวลาจำกัดหรือจำเป็นต้องพบปะผู้คน ควรเลือกแนวทางที่ไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวันมากเกินไป
- การประเมินโดยแพทย์ ช่วยให้วางแผนการปลูกผมได้เหมาะกับสภาพผม พื้นที่ผู้ให้ และเป้าหมายของแต่ละคนอย่างปลอดภัยและรอบคอบ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วิธีปลูกผม
Q : วิธีปลูกผมด้วยธรรมชาติมีไหม
A : การปลูกผมด้วยวิธีธรรมชาติไม่มีวิธีที่สามารถย้ายรากผมและทำให้ผมขึ้นใหม่ในบริเวณที่ศีรษะล้านได้จริง วิธีธรรมชาติอย่างการบำรุงหนังศีรษะ การดูแลอาหาร หรือการใช้สมุนไพร ช่วยได้ในแง่การชะลอผมร่วงและเสริมความแข็งแรงของเส้นผมเดิมเท่านั้น แต่ไม่สามารถทดแทนการปลูกผมด้วยการย้ายรากผมได้
Q : มีปัญหาหัวล้านควรเลือกปลูกผมวิธีไหนดี
A : ถ้ามีปัญหาหัวล้าน ควรเลือกวิธีปลูกผมตามระดับความล้าน โดยพื้นที่ล้านกว้างเหมาะกับ FUE หรือ FUT ส่วนการเติมความแน่นหรือเก็บแนวไรผมให้ดูเนียน เทคนิค DHI จะตอบโจทย์มากกว่า
Q : ปลูกผมต้องโกนผมทุกวิธีไหม
A : ไม่จำเป็นต้องโกนผมทุกวิธี เพราะบางเทคนิคอย่าง Non-Shaven FUE หรือ Long Hair สามารถปลูกผมได้โดยไม่ต้องโกนผมด้านหลัง ขณะที่วิธีทั่วไปอย่าง FUE หรือ FUT มักต้องโกนหรือเล็มผมในบริเวณผู้ให้ก่อนทำ
Q : เทคนิคปลูกผมแบบไหนที่เจ็บน้อยที่สุด
A : เทคนิคที่เจ็บน้อยที่สุดมักเป็น FUE และ DHI เพราะใช้แผลขนาดเล็ก ไม่ต้องตัดหนังศีรษะเป็นแถบ ทำให้การบอบช้ำน้อยและฟื้นตัวไวกว่าเทคนิคแบบ FUT
Q : ไม่อยากโกนผม ต้องรีบใช้ผมมีเทคนิคไหนที่เหมาะบ้าง
A : ถ้าไม่อยากโกนผมและต้องการใช้ผมได้เร็ว เทคนิคที่เหมาะคือ Non-Shaven FUE หรือ Long Hair เพราะไม่ต้องโกนผมด้านหลัง เห็นแนวผมทันทีหลังทำ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว
สรุป
การปลูกผมในปัจจุบันมีหลายเทคนิคให้เลือก ทั้ง FUT, FUE, DHI และ Long Hair ซึ่งแต่ละวิธีแตกต่างกันในขั้นตอน ผลลัพธ์ ระยะฟื้นตัว และความเหมาะสมกับปัญหา โดยการเลือกวิธีที่เหมาะที่สุดควรพิจารณาจากพื้นที่ศีรษะล้าน ความหนาแน่นที่ต้องการ งบประมาณ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ถ้าอยากปลูกผมแต่ยังไม่แน่ใจว่าวิธีไหนเหมาะ สามารถเข้ามาปรึกษาและประเมินแนวทางที่เหมาะกับสภาพผมของคุณได้ที่ Vincent Clinic Plastic Surgery