vincent.jpg.png
vc_3.png

Vincent Clinic Bangkok Plastic Surgery

คลินิกศัลยกรรมความงาม ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit
บทความ
BodyTite กับ Vaser คืออะไร? ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี?
แชร์ :

BodyTite กับ Vaser คืออะไร? ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี?

body tite กับ vaser คืออะไร
อยากรู้เรื่องอะไร? คลิกที่หัวข้อได้เลย!

BodyTite กับ Vaser เทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุดและความหย่อนคล้อยแต่ทั้งสองวิธีมีการทำงาน และจุดเด่นที่แตกต่างกัน Vincent Clinic Plastic Surgery จะพาไปดูว่า BodyTite กับ Vaser คืออะไร ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนดี เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาไขมันสะสมของคุณ

Key Takeaways

  • BodyTite กับ Vaser เป็นเทคโนโลยีดูดไขมันเฉพาะจุดที่ตอบโจทย์คนละปัญหา โดย Vaser เน้นลดไขมัน ส่วน BodyTite เน้นลดไขมันพร้อมกระชับผิว
  • BodyTite กับ Vaser ต่างกันที่พลังงานที่ใช้ โดย Vaser ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์สลายไขมัน ขณะที่ BodyTite ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุเพื่อช่วยกระชับผิว
  • BodyTite กับ Vaser เหมาะกับสภาพไขมันและผิวที่ต่างกัน Vaser เหมาะกับไขมันหนาแน่นหรือไขมันดื้อ ส่วน BodyTite เหมาะกับไขมันระดับน้อยถึงปานกลางร่วมกับผิวหย่อนคล้อย
  • BodyTite กับ Vaser ให้ผลลัพธ์ด้านผิวไม่เหมือนกัน โดย BodyTite ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและตึงขึ้นได้ชัดเจนกว่า ขณะที่ Vaser ผลลัพธ์ผิวขึ้นกับความยืดหยุ่นเดิม
  • BodyTite กับ Vaser มีระยะพักฟื้นใกล้เคียงกัน แต่ Vaser มักบวมช้ำน้อยและฟื้นตัวเร็วกว่าเล็กน้อย
  • BodyTite กับ Vaser มีช่วงราคาที่แตกต่างกัน โดย Vaser มีราคาย่อมเยากว่า ส่วน BodyTite ราคาสูงกว่าเพราะได้ทั้งการดูดไขมันและกระชับผิวในขั้นตอนเดียว

BodyTite กับ Vaser คืออะไร

BodyTite กับ Vaser คือ เทคโนโลยีกำจัดไขมันเฉพาะจุดที่ช่วยปรับรูปร่าง ซึ่งทั้งสองมีหลักการทำงานที่แตกต่างกันดังนี้

BodyTite คืออะไร

BodyTite คือ เทคโนโลยีดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวในขั้นตอนเดียว โดยใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) จะถูกปล่อยลงสู่ชั้นไขมันใต้ผิวทำให้ไขมันอ่อนตัวและแปรสภาพเป็นของเหลวทำให้สามารถดูดไขมันออกได้ง่ายและสม่ำเสมอมากขึ้น แพทย์จะใช้อุปกรณ์ลักษณะคล้ายไม้สองง่าม โดยส่วนหนึ่งสอดเข้าใต้ผิวเพื่อปล่อยพลังงานในการสลายไขมัน ในขณะเดียวกันความร้อนจากพลังงาน RF ยังช่วยกระตุ้นการหดตัวของผิวและเส้นใยคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูกระชับและเรียบเนียนขึ้นหลังดูดไขมัน ลดโอกาสผิวหย่อนคล้อยตามมา 

Vaser คืออะไร

VASER คือเทคโนโลยีดูดไขมันเฉพาะส่วนที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ในการสลายเซลล์ไขมันทำให้ไขมันแตกตัวและมีลักษณะเหลวสามารถดูดออกได้ง่าย ลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง และระยะพักฟื้นน้อยกว่าการดูดไขมันแบบดั้งเดิม ทั้งยังช่วยให้สัดส่วนดูเรียบเนียนและได้รูปมากขึ้น

ดูดไขมัน body tite กับ vaser ต่างกันอย่างไร

ดูดไขมัน BodyTite กับ Vaser ต่างกันอย่างไร

VASER สามารถกำจัดไขมันที่ลดการฟกช้ำ ลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง มีอาการบวมช้ำน้อยและฟื้นตัวเร็ว เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมชัดในบริเวณต่าง ๆ เช่น หน้าท้อง สะโพก ต้นขา หลัง เอว หรือใต้คาง ส่วน BodyTite เป็นเทคโนโลยีดูดไขมันพร้อมยกกระชับผิวในขั้นตอนเดียวได้ จึงเหมาะกับผู้ที่มีไขมันระดับน้อยถึงปานกลาง แต่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือกังวลเรื่องผิวไม่กระชับหลังดูดไขมัน เช่น ต้นแขน หน้าท้อง หรือต้นขาด้านใน 

body tite กับ vaser เหมาะกับใคร

BodyTite กับ Vaser เหมาะกับใคร

BodyTite กับ Vaser ต่างเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการดูดไขมัน แต่ตอบโจทย์ และเหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกันดังนี้

ดูดไขมันแบบ BodyTite เหมาะกับใคร

ดูดไขมันแบบ BodyTite เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมและผิวหย่อนคล้อย ต้องการลดไขมันพร้อมกระชับผิว และผู้ที่มีปัญหาต่าง ๆ ดังนี้

  • ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดร่วมกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการลดไขมันและกระชับผิวไปพร้อมกัน
  • ผู้ที่ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น เช่น หลังลดน้ำหนัก หรือหลังคลอดบุตร
  • ผู้ที่ออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารแล้ว แต่ไขมันบางจุดยังลดลงได้ยากหรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
  • ผู้ที่ต้องการดูดไขมันและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในขั้นตอนเดียว เพื่อให้ผิวดูเต่งตึงและเรียบเนียนหลังทำ
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูรูปร่างโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่หรือทำการยกกระชับแบบดั้งเดิม
  • ผู้ที่มีเวลาพักฟื้นจำกัด ต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานได้เร็ว
  • ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง และต้องการทางเลือกในการดูแลรูปร่างที่ให้ผลลัพธ์ด้านความกระชับชัดเจน

ดูดไขมันแบบ Vaser เหมาะกับใคร

การดูดไขมันแบบ Vaser เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด ต้องการลดไขมันโดยไม่ต้องทิ้งรอยฟกช้ำ หรือเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาและความต้องการต่าง ๆ ดังนี้

  • ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินสะสมค่อนข้างมากหรือเป็นไขมันดื้อที่ลดได้ยาก แม้จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้ว
  • ผู้ที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุดและปรับสัดส่วนให้เห็นผลชัดเจนในระยะเวลาที่รวดเร็ว
  • ผู้ที่มีเวลาดูแลตัวเองน้อย ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ แต่ต้องการให้รูปร่างดูสมส่วนมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการปั้นรูปร่างหรือเก็บรายละเอียดสัดส่วน เช่น การทำซิกแพคในผู้ชาย หรือการสร้างร่อง 11 ในผู้หญิง
  • ผู้ที่มีเวลาพักฟื้นจำกัด ต้องการแผลขนาดเล็ก อาการบวมช้ำน้อย และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว
  • ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และต้องการทางเลือกในการดูแลรูปร่างที่เน้นการกำจัดไขมันอย่างแม่นยำ

BodyTite VS Vaser เลือกแบบไหนดี

การเลือกระหว่าง BodyTite และ VASER ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล VASER เหมาะกับการกำจัดไขมันในปริมาณมากหรือไขมันดื้อที่สะสมหนาแน่นในจุดที่ลดได้ยาก และต้องการลดโอกาสการเกิดรอยฟกช้ำหลังดูดไขมัน ขณะที่ BodyTite เหมาะกับผู้ที่มีไขมันระดับน้อยถึงปานกลางร่วมกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยดูดไขมันพร้อมกระตุ้นการหดตัวของผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระชับขึ้นหลังทำ 

ราคาดูดไขมัน BodyTite VS Vaser

ราคาดูดไขมัน BodyTite และ VASER แตกต่างกันตามเทคโนโลยีและผลลัพธ์ดังนี้

  • VASER Liposuction ราคาเริ่มต้นประมาณ 50,000 – 120,000 บาท
  • BodyTite ราคาเริ่มต้นประมาณ 120,000 – 250,000 บาท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดูดไขมัน BodyTite กับ Vaser (FAQ)

Q : กลัวผิวหย่อนคล้อยหลังดูดไขมันควรเลือก BodyTite หรือ Vaser
A : ถ้ากลัวผิวหย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน แนะนำให้เลือก BodyTite เพราะ BodyTite ช่วยดูดไขมันพร้อมกระชับผิวด้วยพลังงาน RF ทำให้ผิวตึงและเรียบเนียนกว่า ขณะที่ VASER เน้นสลายไขมันเป็นหลัก

Q: ไขมันหนาเป็นก้อน มีพังผืดเยอะควรดูดด้วยเครื่อง Vaser หรือ BodyTite
A : กรณีไขมันหนาเป็นก้อนและมีพังผืดเยอะ แนะนำใช้ VASER เพราะคลื่นอัลตราซาวด์ช่วยสลายไขมันที่หนาแน่นและแยกพังผืดได้ดี ทำให้ดูดไขมันออกได้ง่าย ส่วน BodyTite เหมาะกับเคสที่เน้นกระชับผิวมากกว่าการจัดการไขมันก้อนใหญ่

Q: ระหว่าง BodyTite กับ Vaser ถ้าอยากนำไขมันมาฉีดหน้าต่อควรเลือกตัวไหนดี
A : ถ้าต้องการนำไขมันที่ดูดออกมาไป เติมไขมันที่หน้า ต่อ แนะนำเลือก VASER มากกว่า เพราะ VASER สลายไขมันอย่างนุ่มนวล ทำให้ได้ไขมันที่มีคุณภาพ เหมาะสำหรับการนำไปผ่านกระบวนการคัดแยกและฉีดเติมเต็มต่อได้ดีกว่า BodyTite ซึ่งใช้พลังงานความร้อนมากกว่าและเน้นเรื่องกระชับผิวเป็นหลัก

Q: ดูดไขมันด้วย BodyTite กับ Vaser เจ็บไหม
A : โดยทั่วไปการดูดไขมันทั้ง BodyTite และ VASER ไม่เจ็บระหว่างทำ เพราะมีการใช้ยาชาหรือยาสลบ หลังทำอาจรู้สึกตึงหรือระบมเล็กน้อย โดย VASER มักบวมช้ำน้อยกว่า ส่วน BodyTite จะรู้สึกตึงผิวมากกว่าเล็กน้อยจากการกระชับผิว

Q: อยากพักฟื้นไม่นาน ควรเลือกใช้ตัวไหนระหว่าง BodyTite กับ Vaser
A : ถ้าต้องการพักฟื้นไม่นาน VASER จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าเล็กน้อย เพราะเน้นสลายไขมันอย่างนุ่มนวลและกระทบเนื้อเยื่อน้อย ส่วน BodyTite อาจรู้สึกตึงผิวมากกว่าเล็กน้อยจากการกระชับผิวด้วยพลังงาน RF แต่ทั้งสองวิธีใช้เวลาพักฟื้นไม่นานใกล้เคียงกัน

สรุป

BodyTite และ VASER เหมาะกับคนละเป้าหมาย โดย VASER เหมาะกับการลดไขมันปริมาณมากหรือไขมันดื้อ เพื่อปรับสัดส่วนให้ชัดเจน ส่วน BodyTite เหมาะกับผู้ที่มีไขมันไม่มากแต่ผิวหย่อนคล้อย เพราะช่วยดูดไขมันพร้อมกระชับผิว ทำให้ผิวเรียบเนียนและตึงขึ้น อยากดูดไขมันแต่ยังไม่แน่ใจว่า ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ Vincent Clinic Plastic Surgery ทีมแพทย์จะช่วยประเมินสภาพไขมัน ผิว และเป้าหมาย เพื่อแนะนำเทคโนโลยีที่เหมาะกับคุณที่สุดอย่างตรงจุด

Scroll to Top
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit