vincent.jpg.png
vc_3.png

Vincent Clinic Bangkok Plastic Surgery

คลินิกศัลยกรรมความงาม ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit
แบนเนอร์เสริมจมูกแบบปิด pc
แบนเนอร์เสริมจมูกแบบปิด mobile

เสริมจมูกแบบ Close คืออะไร เจาะลึกเทคนิค ราคา ข้อดีข้อเสีย และรีวิวจากเคสจริง

เสริมจมูกแบบ Close หนึ่งในเทคนิคศัลยกรรมจมูกที่สามารถช่วยปรับทรงจมูกให้ดูดีขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเน้นความเป็นธรรมชาติและไร้รอยแผลเป็นกวนใจ เทคนิคนี้ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนที่มองหาการทำจมูกที่เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และยังได้ทรงสวย ใครที่กำลังสงสัยว่าเสริมจมูกเทคนิค Close คืออะไร แตกต่างจากการทำแบบ Open อย่างไร รวมถึงเรื่อง ราคาเสริมจมูก และการดูแลตัวเองหลังทำ บทความนี้ Vincent Clinic Plastic Surgery จะพามาเจาะลึกทุกคำตอบที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจอัปดั้งใหม่ให้เป๊ะกว่าเดิม

อยากรู้เรื่องอะไร? คลิกที่หัวข้อได้เลย!
เสริมจมูกคืออะไร

เสริมจมูกแบบ Close คืออะไร

เสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) คือเทคนิคการผ่าตัด เสริมจมูก โดยการเปิดแผลขนาดเล็กภายในรูจมูกเพียงข้างเดียว เพื่อทำการสร้างช่องว่างสำหรับสอดซิลิโคนเข้าไปวางบนสันจมูก การเสริมจมูกแบบ Close เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องตัดรอยหยักระหว่างรูจมูก วิธีนี้จะช่วยลดความกังวลเรื่องรอยแผลเป็นภายนอกได้ 100% ปัจจุบันการเสริมจมูกเทคนิคนี้ยังคงเป็นทางเลือกหลักสำหรับเคสที่โครงสร้างเดิมค่อนข้างดีอยู่แล้วแต่ต้องการเพิ่มความโด่งสวยให้รับกับใบหน้ามากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังสามารถใช้การฉีดยาชาเฉพาะจุดโดยไม่ต้องดมยาสลบได้อีกด้วย

เสริมจมูกแบบปิดเหมาะกับใคร

เสริมจมูกเทคนิค Close เหมาะกับใครบ้าง?

เสริมจมูกเทคนิค Close เป็นเทคนิคที่เหมาะกับคนที่จมูกไม่ค่อยมีปัญหา ไม่ต้องแก้ไขโครงสร้างหรือปรับเปลี่ยนเยอะ ไม่มีปัญหาจมูกสั้น ปลายจมูกมีเนื้อพอสมควร ต้องการเสริมจมูกให้มีความโด่งหรือยืดปลายจมูกไม่เกิน 3 – 5 มม. นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่เสริมจมูกครั้งแรกอีกด้วย

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม

เสริมจมูกเทคนิค Close ทำร่วมกับเทคนิคศัลยกรรมจมูกแบบใดได้บ้าง

แม้การเสริมจมูกแบบปิดจะมีข้อจำกัดเรื่องการเปิดแผลที่เล็ก แต่ในการผ่าตัดยังสามารถผสมผสานเทคนิคเสริมอื่น ๆ เข้าด้วยกันได้ เพื่อให้ได้ทรงจมูกที่ดูละมุนและลดความเสี่ยงในระยะยาว โดยเทคนิคที่นิยมทำร่วมกับแบบ Close มีดังนี้

  • รองปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม (ADMG) ช่วยเพิ่มความหนาให้ผิวปลายจมูก ป้องกันการทะลุ และช่วยให้ปลายจมูกดูพุ่งมน สวยแบบหยดน้ำ เหมาะมากสำหรับเคสที่เนื้อจมูกน้อย
  • รองปลายด้วยกระดูกอ่อนหลังหู (Ear Cartilage) เป็นการนำกระดูกอ่อนตัวเองมาช่วยตกแต่งปลายจมูกให้มีความพุ่งและแข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดโอกาสการบางของเนื้อเยื่อในอนาคตและให้สัมผัสที่เนียนเหมือนจมูกจริง
  • ตัดปีกจมูก (Alarplasty) หากคุณมีปัญหาปีกจมูกกว้างหรือบาน การทำควบคู่กับการเสริมแบบ Close จะช่วยให้รูปทรงจมูกโดยรวมดูเรียวเล็กและสมส่วนรับกับใบหน้ามากขึ้น
  • เย็บอินเตอร์โดม (Interdome) ในบางเคสแพทย์สามารถเย็บปรับกระดูกอ่อนปลายจมูกให้แคบลงผ่านแผล Close เพื่อให้ปลายจมูกที่เคยดูทู่หรือกลม ดูเรียวเล็กลงได้
  • ตะไบฮัมพ์ (Hump Reduction) สำหรับคนที่มีกระดูกสันจมูกนูนหรือขรุขระ แพทย์สามารถตะไบปรับฐานให้เรียบเนียนก่อนวางซิลิโคน เพื่อให้ซิลิโคนแนบสนิทไปกับฐานจมูก ไม่โยกเยก และดูเป็นธรรมชาติ

การเลือกใช้เทคนิคเสริมเหล่านี้ร่วมกับการเสริมจมูกแบบ Close จะช่วยให้คุณได้ทรงจมูกที่สวยโดยไม่ต้องเปิดแผลใหญ่แบบ Open

เสริมจมูกแบบ Close รีวิว

รีวิวเสริมจมูกแบบ Close จากเคสจริงที่ Vincent Clinic ส่วนใหญ่จะประทับใจในเรื่องของความเนียนและฟื้นตัวไว หลายเคสที่ยื่นเรฟทรงจมูก ไม่ว่าจะเป็นทรงหยดน้ำหรือ ทรงสโลปปลายพุ่ง การเลือกทำแบบปิดก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะได้ลุคที่ดูละมุนเป็นธรรมชาติหลังทำเสร็จทันทีโดยที่ใบหน้าไม่บวมช้ำหนักเกินไป สามารถดูภาพรีวิว Before After กันได้ที่แกลลอรี่รูปด้านล่างนะคะ

เสริมจมูก Close ราคาเท่าไหร่

ราคาการเสริมจมูกเทคนิค Close มักจะเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับเทคนิคอื่นๆ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 30,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของ ซิลิโคนเสริมจมูกและเทคนิคเพิ่มเติมอย่างการรองปลายหรือการตะไบฮัมพ์

ที่ Vincent Clinic เรามีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับเคสรีวิว เสริมจมูก ราคาโปรโมชั่นเริ่มต้น 9,999 บาท สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ปุ่มด้านล่างหรือทักแชท Line @vincentclinic เพื่อประเมินเบื้องต้นได้เลยค่ะ

เสริมจมูกโอเพ่นกับแบบปิดต่างกันอย่างไร

เสริมจมูกแบบ Close กับ Open ต่างกันยังไง

จุดต่างที่ชัดเจนที่สุดการเสริมจมูกเทคนิค Close กับ เสริมจมูก Open นั่นก็คือแผลผ่าตัดและขอบเขตการแก้ไข

  • เทคนิค Close เปิดแผลในรูจมูกข้างเดียว มองไม่เห็นแผลจากข้างนอก แก้ไขได้เฉพาะความโด่งและปลายจมูกเล็กน้อย บวมช้ำน้อย พักฟื้นไว
  • เทคนิค Open เปิดแผลบริเวณแกนกลางจมูก (Columella) แพทย์เห็นโครงสร้างทั้งหมด เหมาะกับเคสแก้โครงสร้างจมูกหนักๆ เช่น จมูกคด หรือจมูกสั้นมาก แต่ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าและมีรอยแผลที่ฐานจมูกในช่วงแรก นอกจากนี้เทคนิค Open ยังเหมาะกับการ แก้จมูก อีกด้วย เพราะเมื่อเปิดโครงสร้างทั้งหมดแล้วจะสามารถแก้ไขได้ดีกว่า ทำให้โด่งพุ่งได้มากกว่า

เสริมจมูก Close กับ Semi Open

นอกจากการเสริมจมูกแบบ Close และ Open แล้วยังมีเทคนิคการเสริมจมูกแบบ Semi Open ซึ่งเทคนิคนี้จะต่างกันเล็กน้อย Semi Open จะเป็นการเปิดแผลในรูจมูกทั้งสองข้าง ช่วยให้แพทย์ปรับแต่งปลายได้สะดวกขึ้นและลดแรงตึงได้ดีกว่า Close แบบข้างเดียว แต่ทั้งคู่ยังจัดอยู่ในกลุ่มการเสริมแบบปิดที่ไม่มีแผลข้างนอกเหมือนกันนั่นเอง

เสริมจมูกเทคนิค SSTP เทคนิคเฉพาะที่ Vincent Clinic

เสริมจมูก เทคนิค SSTP คิดค้นโดยหมอพีท

เสริมจมูก SSTP คือ เทคนิคพิเศษที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Vincent Clinic โดยคำว่า SSTP ย่อมาจากองค์ประกอบสำคัญ 4 ส่วนที่เป็นหัวใจหลักในการทำจมูกให้สวยพุ่งและปลอดภัย แม้จะเป็นการเสริมจมูกแบบกึ่งเปิด หรือ Semi-Open ที่เปิดรูจมูกทั้ง 2 ข้างก็ตาม แต่ก็มีรายละเอียดเฉพาะดังนี้

  • S – Space การสร้างพื้นที่ในโพรงจมูกให้มากขึ้นอย่างเหมาะสม ทำให้แพทย์สามารถจัดวางซิลิโคนได้เข้าที่และมีประสิทธิภาพกว่าการเสริมทั่วไป
  • S – Suture เทคนิคการเย็บแผลแบบพิเศษที่ช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็ว ลดการบวมช้ำ และแทบไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ภายนอก
  • T – Total Volume ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้จมูกดูโด่งพุ่งสวยอย่างมีมิติ แม้ในเคสที่มีเนื้อจมูกน้อยก็สามารถทำทรงให้ดูมีสไตล์ได้โดยไม่ฝืนเนื้อจนเกินไป
  • P – Power Force เทคนิคการยกปลายจมูกให้เรียวสวยและเชิดพุ่งอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น

ข้อดีข้อเสียของการเสริมจมูกแบบปิด

ทุกเทคนิคมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกัน การทำความเข้าใจส่วนนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น

ข้อดีของการเสริมจมูกแบบปิด

  • ไร้รอยแผลเป็นภายนอก แผลซ่อนอยู่ข้างในรูจมูก มองไม่เห็นจากภายนอก
  • บวมช้ำน้อย รบกวนเนื้อเยื่อภายในน้อยกว่า ทำให้ฟื้นตัวไวมาก
  • ใช้เวลาน้อย การผ่าตัดใช้เวลาเพียง 30-45 นาที
  • ค่าใช้จ่ายย่อมเยา ราคาสบายกระเป๋ากว่าเทคนิคโอเพ่น

เสริมจมูกแบบปิด ข้อเสีย

  • จำกัดการแก้ไข ไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างกระดูกหรือปรับแต่งปลายจมูกได้มากเท่าแบบ Open
  • ไม่เหมาะกับเคสยาก เคสที่จมูกสั้นกุด หรือมีปัญหาฮัมพ์สูงมากๆ อาจจะได้ทรงที่ไม่เป๊ะเท่าที่ควร

เสริมจมูกแบบ Close ที่ไหนดี

รีวิวเสริมจมูก เทคโนโลยี 3D คุณน้ำฝน หมอแบงค์

การเลือกคลินิกควรดูที่ประสบการณ์ของแพทย์และมาตรฐานความสะอาดเป็นหลัก ที่ Vincent Clinic เราโดดเด่นด้วยเทคนิคการออกแบบทรงจมูก Case by Case ร่วมกับคุณหมอด้วยเครื่องมือทันสมัยอย่าง 3D Real Face Scanner เพื่อให้รับกับรูปหน้าของแต่ละคน แพทย์ของเรามีประสบการณ์สูงในการวางซิลิโคนให้เนียน ลดปัญหาเบี้ยวเอียง พร้อมการดูแลหลังผ่าตัด (After Care) ที่ใกล้ชิด ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้จมูกที่สวยและปลอดภัยในระยะยาว

การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูกแบบปิด ต้องงดยาและวิตามินอะไรบ้าง?

หลายคนมักโฟกัสไปที่การดูแลตัวเองหลังทำ แต่ในทางการแพทย์ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ระหว่างทำศัลยกรรมจมูกแบบปิดเสียเลือดน้อยที่สุด แผลสมานตัวไว และลดอาการบวมช้ำหลังทำได้อย่างเห็นผล โดยมีข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องงด ดังนี้

  • งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (งดล่วงหน้า 2 สัปดาห์) รายละเอียดคือ ยาในกลุ่มแก้ปวด ลดไข้ หรือต้านการอักเสบ (NSAIDs) เช่น Aspirin (แอสไพริน) และ Ibuprofen (ไอบูโพรเฟน) จะส่งผลให้เลือดแข็งตัวช้าและหยุดไหลยาก หากรับประทานเข้าไปอาจทำให้เสียเลือดมากระหว่างผ่าตัดและเกิดรอยช้ำม่วงหลังทำได้ง่าย (หากมีไข้หรือปวดศีรษะก่อนผ่าตัด แนะนำให้ทาน Paracetamol แทน)
  • งดวิตามินและอาหารเสริม (งดล่วงหน้า 2-4 สัปดาห์) เนื่องจากอาหารเสริมบางชนิดมีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดสูบฉีดดีกว่าปกติ ซึ่งเป็นข้อห้ามก่อนผ่าตัดศัลยกรรม ได้แก่ วิตามินอี (Vitamin E), น้ำมันปลา (Fish Oil) และน้ำมันพริมโรส รวมถึงสมุนไพรบำรุงร่างกาย เช่น โสม, กระเทียมสกัด, ใบแปะก๊วย, เมล็ดองุ่น และคอลลาเจนบางชนิด (แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทาน)
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ (งดล่วงหน้า 2-4 สัปดาห์) เพราะสารนิโคตินของบุหรี่ จะทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงแผลผ่าตัดได้น้อยลง ส่งผลให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงมาก หรือแอลกอฮอล์ ที่จะไปกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ทำให้แผลบวมช้ำนานกว่าปกติ

Checklist สำคัญ ในการเตรียมตัวสำหรับวันผ่าตัดจริง

  • สระผมให้สะอาด เพราะหลังทำจมูกช่วงแรกแผลห้ามโดนน้ำ การสระผมเองจะทำได้ลำบาก
  • งดแต่งหน้าและใส่คอนแทคเลนส์ เพื่อความสะอาดและป้องกันการติดเชื้อในห้องผ่าตัด
  • ใส่เสื้อผ้าที่มีกระดุมหน้า แนะนำให้สวมใส่เสื้อเชิ้ต หรือเสื้อที่ติดกระดุมด้านหน้า เพื่อให้ถอดเปลี่ยนง่าย ไม่ต้องสวมทางหัวให้เสี่ยงกับการเกี่ยวโดนจมูกหลังทำเสร็จ

คำแนะนำจากแพทย์ Vincent Clinic หากคนไข้มีโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือกำลังรับประทานยาโรคประจำตัวใด ๆ อยู่ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด ในวันประเมินรูปหน้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการผ่าตัด

วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมจมูกแบบปิด เพื่อลดอาการบวมช้ำ ให้แผลหายไว

Self-care after rhinoplasty

แม้จุดเด่นของการ เสริมจมูกเทคนิค Close จะเป็นการผ่าตัดแบบซ่อนแผลในโพรงจมูก ซึ่งมีอาการบวมช้ำน้อยกว่าเทคนิคอื่น แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีในช่วงสัปดาห์แรก ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้จมูกรัดแกนและเข้าที่ได้เร็วที่สุด โดยมีหลักการดูแลดังต่อไปนี้

  1. เทคนิคการประคบ ลดบวม-ลดช้ำ
    • หลังเสริมจมูก 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นบริเวณรอบๆ จมูก เช่น หน้าผาก, หัวตา, แก้มทั้งสองข้าง ห้ามประคบทับลงบนสันจมูกโดยตรงเด็ดขาด ความเย็นจะช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ลดอาการบวมแดง และลดการซึมของเลือด
    • หลังทำจมูกวันที่ 4 เป็นต้นไป เปลี่ยนมาประคบอุ่นบริเวณที่มีรอยช้ำม่วง หรือช้ำเหลือง ระวังอย่าให้ร้อนเกินไป ความร้อนจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และสลายลิ่มเลือดเก่า ทำให้รอยช้ำจางลงไวขึ้น
  2. ท่านอนที่ถูกต้อง ป้องกันจมูกเบี้ยวเอียง ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำเด็ดขาด ควรนอนหงายโดยใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงกว่าปกติ ประมาณ 2-3 ใบ เพื่อให้เลือดไหลเวียนลงด้านล่าง ช่วยลดอาการบวมได้ดี แนะนำให้ใช้ หมอนรองคอรูปตัวยู ล็อคคอไว้เวลานอน เพื่อป้องกันการเผลอพลิกตัวระหว่างนอนหลับ
  3. การทำความสะอาดแผลในรูจมูก เนื่องจากแผลผ่าตัดแบบปิดจะอยู่ด้านในรูจมูก การรักษาความสะอาดจึงสำคัญมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
    • ห้ามแผลโดนน้ำโดยตรง จนกว่าจะตัดไหม (ประมาณ 7-14 วัน แล้วแต่การประเมินของแพทย์) แนะนำให้ใช้สำลีชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดใบหน้าแทนการล้างหน้า

    • วิธีเช็ดแผล ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำเกลือทางการแพทย์ เช็ดคราบเลือดหรือน้ำเหลืองบริเวณปากแผลในรูจมูกอย่างเบามือ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

  4. ข้อควรระวังเพิ่มเติมในชีวิตประจำวัน
    • งดการสั่งน้ำมูกแรงๆ แคะ แกะ หรือเกาบริเวณจมูก

    • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก หรือการยกของหนัก ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะจะทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นและแผลอาจกระทบกระเทือนได้

    • งดใส่แว่นตาที่กดทับสันจมูก ควรเปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์แทนชั่วคราว

    • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นละออง ควันบุหรี่ เพื่อป้องกันการจามและก่อให้แผลติดเชื้อได้

ข้อสังเกตจากแพทย์ Vincent Clinic อาการบวมช้ำในช่วง 3-5 วันแรก ถือเป็นเรื่องปกติของการศัลยกรรม แต่หากคนไข้มีอาการบวมแดงผิดปกติ มีเลือดไหลไม่หยุด หรือมีน้ำใสๆ ไหลออกมาจากจมูกร่วมกับอาการปวดรุนแรง ควรรีบติดต่อคลินิกเพื่อเข้ามาพบแพทย์ทันที

หลังเสริมจมูกแบบปิด ห้ามกินอะไรบ้าง? และควรกินอะไรให้แผลหายไว

อาหารหลังเสริมจมูก เป็นสิ่งที่คนไข้ศัลยกรรมกังวลมากที่สุด เพราะอาหารบางชนิดมีผลโดยตรงต่อการอักเสบ อาการบวมน้ำ และความเสี่ยงในการติดเชื้อ เพื่อให้แผลในรูจมูกสมานตัวไวและได้ทรงที่สวยงาม นี่คือลิสต์อาหารที่ควรเลี่ยงและควรเน้นในช่วง 1 เดือนแรก

อาหารที่ต้องงดเด็ดขาด (อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์)

  • ของหมักดอง และอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ปลาร้า, แหนม, ของดองกระป๋อง, ซูชิดิบ, อาหารทะเลที่ไม่สุกเต็มที่ เพราะเสี่ยงต่อการรับเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจทำให้แผลผ่าตัดอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรงได้

  • อาหารรสจัดและเผ็ดจัด อาหารที่เผ็ดมากๆ จะกระตุ้นให้มีน้ำมูกไหล ซึ่งน้ำมูกมีสิ่งสกปรกและแบคทีเรียปนเปื้อน หากไหลไปโดนแผลในรูจมูกจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

  • อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ขนมกรุบกรอบ, อาหารแช่แข็ง โซเดียมจะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้มาก ส่งผลให้จมูกและใบหน้าบวมนานกว่าปกติ (บวมน้ำ)

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะขัดขวางกระบวนการสมานแผล ทำให้เลือดสูบฉีดมากและแผลหายช้าลง

อาหารที่ควรกินเพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อและลดบวมช้ำ

  • อาหารจำพวกโปรตีน เช่น ไข่, เนื้อปลา, อกไก่, นมถั่วเหลือง โปรตีนคือสารอาหารหลักที่ร่างกายใช้สร้างเนื้อเยื่อใหม่และซ่อมแซมบาดแผล ความเชื่อที่ว่ากินไข่แล้วแผลจะปูนหรือเป็นคีลอยด์ ไม่เป็นความจริงทางการแพทย์ เพราะแผลเป็นเกิดจากพันธุกรรมและการดูแลแผลที่ผิดวิธี การกินไข่ต้มสุกช่วยให้แผลสมานไวขึ้นด้วยซ้ำ)

  • อาหารที่มีวิตามินซีและซิงค์ (Zinc) เช่น ส้ม, ฝรั่ง, เบอร์รี่, ธัญพืชต่างๆ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อ

  • น้ำใบบัวบก และน้ำฟักทอง สมุนไพรยอดฮิตหลังศัลยกรรม มีสรรพคุณตามธรรมชาติที่ช่วยลดอาการอักเสบ ลดบวม และสลายรอยช้ำได้เป็นอย่างดี

  • ดื่มน้ำเปล่าให้มาก ๆ วันละ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยขับของเสียและลดโซเดียมตกค้างในร่างกาย ลดอาการบวมน้ำได้ดีเยี่ยม

เคล็ดลับจาก Vincent Clinic ในช่วง 1-2 วันแรกที่จมูกยังระบมและอ้าปากได้ไม่กว้างนัก แนะนำให้ทานอาหารอ่อนๆ รสจืด เช่น โจ๊ก, ข้าวต้ม, หรือซุป เพื่อลดการขยับของกล้ามเนื้อใบหน้าและป้องกันแผลกระทบกระเทือน

เสริมจมูกแบบปิด กี่วันเข้าที่?

จุดเด่นของการเสริมจมูกเทคนิค Close คือการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อน้อยกว่าเทคนิคแบบ Open ทำให้ระยะเวลาการบวมช้ำสั้นกว่า และฟื้นตัวได้ค่อนข้างไว โดยลำดับการเปลี่ยนแปลงของทรงจมูกหลังผ่าตัด จะมีไทม์ไลน์โดยประมาณนี้

  • วันที่ 1-3 เป็นช่วงบวมช้ำสูงสุด จมูกและบริเวณหัวตาจะบวมตึงมากที่สุด อาจมีรอยช้ำม่วงหรือมีเลือดซึมออกมาจากรูจมูกเล็กน้อย ช่วงนี้ต้องประคบเย็นอย่างเคร่งครัด และนอนหมอนสูงเพื่อลดบวม
  • วันที่ 4-7 เป็นช่วงเริ่มยุบบวม อาการบวมตึงจะค่อย ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด รอยช้ำม่วงจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและจางลง ช่วงนี้สามารถเปลี่ยนมาประคบอุ่นเพื่อสลายลิ่มเลือดได้ และเริ่มกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ตามปกติ
  • วันที่ 7-14 ช่วงตัดไหมและเริ่มเห็นทรง แพทย์จะนัดเข้ามาตรวจเช็กอาการและตัดไหมหากคลินิกไม่ได้ใช้ไหมละลาย อาการบวมจะยุบลงไปแล้วกว่า 60-70% เริ่มเห็นความโด่งและทรงจมูกคร่าว ๆ หลังตัดไหมส่วนนี้สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ตามปกติ
  • ช่วง 1 เดือน ช่วงนี้เป็นช่วงของการเริ่ม จมูกรัดแกน โดยจมูกจะยุบบวมไปแล้วประมาณ 80-90% เนื้อเยื่อจมูกเริ่มหดตัวเข้าหาซิลิโคน  ทรงจมูกจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่เป็นแท่งแข็ง
  • ช่วง 3-6 เดือน เป็นช่วงเข้าที่ 100% เนื้อเยื่อสมานตัวสมบูรณ์ จมูกรัดแกนเต็มที่ 100% ทรงจมูกจะสวย ละมุน และเป็นผลลัพธ์ที่แท้จริงของการผ่าตัด

ข้อควรรู้จากแพทย์ Vincent Clinic ระยะเวลาการเข้าที่ของแต่ละคนอาจช้าหรือเร็วแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความหนาของผิวหนังเดิม, ฐานกระดูก, การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด รวมถึงความเชี่ยวชาญของแพทย์ในการวางซิลิโคนใต้เยื่อหุ้มกระดูก ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่จมูกจะบวมช้ำนานได้

เลือกทรงจมูกอย่างไรให้เหมาะกับใบหน้า?

เสริมจมูกแบบปิด ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในเทคนิคที่ช่วยทำให้จมูกโด่งได้ทรงสวยตามต้องการ แต่ต้องรู้จักเลือกให้เหมาะกับใบหน้าของคนไข้แต่ละคนด้วย เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำทรงเดียวกันได้ จึงต้องร่วมออกแบบ ทรงจมูก กับแพทย์มากประสบการณ์เพื่อให้ได้ทรงจมูกตามต้องการและรับกับใบหน้ามากที่สุด โดยมีวิธีการเลือกทรงจมูก ดังนี้

  • เลือกทรงจมูกที่รับกับบริเวณหน้าผาก เช่น คนที่มีหน้าผากค่อนข้างสูงสามารถเลือกซิลิโคนที่มีทรงสูงได้โดยที่ไม่ทำให้ดูหลอกตา
  • เลือกทรงจมูกที่รับกับโครงหน้าด้านกว้าง เช่น คนที่มีโหนกแก้มขนาดใหญ่ไม่เหมาะกับการทำให้ตรงกลางจมูกสูงมากเกินไป เนื่องจากทรงจมูกจะไม่สมดุลกับใบหน้า
  • เลือกทรงจมูกที่รับกับความยาวของใบหน้า เช่น หากมีใบหน้าที่กลมหรือหน้าสั้นไม่เหมาะกับการทำจมูกทรงหยดน้ำที่ทำให้ดูยาวขึ้น หรือคนที่มีคางค่อนข้างยาวแนะนำทำทรงจมูกให้ยาวรับกัน

FAQ คำถามที่พบบ่อยของการเสริมจมูก เทคนิค Close

Q : เสริมจมูกแบบ Close กี่วันหายบวม?

A : โดยปกติจะบวมมากในช่วง 2-3 วันแรก และจะค่อยๆ ยุบบวมจนเกือบปกติใน 7-10 วัน

A : จมูกจะเริ่มเห็นทรงชัดเจนใน 1-3 เดือน และจะเข้าที่สมบูรณ์ 100% ในช่วง 6-12 เดือน

A : ช่วง 1 เดือนแรกจะเริ่มรัดแกนเห็นความโด่งชัดขึ้น และจะรัดแกนจนเป๊ะที่สุดในช่วง 3-6 เดือน

A : เหมาะกับคนที่พื้นฐานจมูกเดิมดีอยู่แล้ว มีเนื้อจมูกพอประมาณ และต้องการความโด่งแบบธรรมชาติ หรือคนที่ไม่อยากมีรอยแผลเป็นภายนอกและมีเวลาพักฟื้นจำกัด

A : ระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะแพทย์จะทำการฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณจมูกก่อนเสมอ หลังจากผ่าตัดเสร็จและยาชาหมดฤทธิ์ อาจมีอาการตึงหรือปวดหน่วงๆ เล็กน้อยในช่วง 1-3 วันแรก ซึ่งสามารถควบคุมอาการได้ด้วยการทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง

A : ทำได้ แต่ความโด่งจะขึ้นอยู่กับปริมาณเนื้อเดิมของคนไข้เป็นหลัก เพื่อความปลอดภัยและป้องกันปัญหา ปลายจมูกทะลุ ในอนาคต หากคนไข้เนื้อน้อยมาก แพทย์ Vincent Clinic มักจะแนะนำให้ใช้เทคนิครองปลายจมูก (เช่น กระดูกอ่อนหลังหู หรือเนื้อเยื่อเทียม) ร่วมด้วย

A : แนะนำให้งดการนอนตะแคงอย่างน้อย 14 วัน (2 สัปดาห์) หลังผ่าตัด ควรใช้หมอนรองคอตัวยูล็อคศีรษะให้นอนหงายหมอนสูงไปก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนหรือแกนจมูกเบี้ยวเอียงในช่วงที่เนื้อเยื่อยังไม่รัดแกน

A : หากได้รับการผ่าตัดโดยแพทย์มากประสบการณ์ มีการเหลาซิลิโคนให้พอดีกับฐานกระดูก และวางซิลิโคนในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูกอย่างถูกต้อง ซิลิโคนจะสามารถเกาะติดแน่นและอยู่ได้ถาวรตลอดชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องแก้หรือเปลี่ยนใหม่ หากไม่มีอาการอักเสบ ติดเชื้อ หรืออุบัติเหตุรุนแรง

A : โดยปกติแนะนำให้พักฟื้นประมาณ 2-3 วันแรกซึ่งเป็นช่วงที่บวมที่สุด หลังจากวันที่ 4 เป็นต้นไป อาการบวมช้ำจะเริ่มลดลง สามารถใส่หน้ากากอนามัยและกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

สรุป

เสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปทรงจมูกให้โด่งขึ้น ใบหน้าเกิดการเปลี่ยนแปลงดูดีขึ้นได้ เหมาะกับคนที่มีปัญหาจมูกไม่มาก ไม่ต้องปรับแก้โครงสร้างจมูกเยอะ นอกจากนั้นยังไม่มีรอยแผลเป็นภายนอกให้เห็นอีกด้วยเพราะรอยแผลจะอยู่ด้านในจมูก ระยะเวลาในการผ่าตัดและการพักฟื้นน้อย สำหรับใครที่ต้องการเสริมจมูกครั้งแรกหรือต้องการแก้ไขจมูกที่เคยเสริมมาแล้วให้ดูดีขึ้น แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์มากประสบการณ์ของ Vincent Clinic Plastic Surgery เพื่อให้แพทย์ประเมินจากปัญหาจริงและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม
หมอพิมพ์
หมอพิมพ์
พญ.พิมพ์ชนก มีนา
แพทย์ของ Vincent Clinic
Scroll to Top
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit