vincent.jpg.png
vc_3.png

Vincent Clinic Bangkok Plastic Surgery

คลินิกศัลยกรรมความงาม ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit
บทความ
ทำดึงหน้าตอนอายุเท่าไหร่ดีที่สุด มีข้อควรรู้ก่อนทำอย่างไรบ้าง?
แชร์ :
ดึงหน้าตอนอายุเท่าไหร่ดี
อยากรู้เรื่องอะไร? คลิกที่หัวข้อได้เลย!

Key Takeaway

  • ศัลยกรรมดึงหน้า คือ การผ่าตัดเพื่อเข้าไปยกเนื้อเยื่อชั้น SMAS ขึ้นมาเย็บไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยยกกระชับ ปรับรูปหน้า
  • ช่วงวัยที่เหมาะกับการดึงหน้าโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 40 ปีขึ้นไป เพราะปัญหาความหย่อนคล้อยเริ่มชัดเจนและมีความรุนแรงของปัญหาที่เพิ่มขึ้น
  • คนที่อายุต่ำกว่า 40 ปี แต่มีปัญหาความหย่อนคล้อยที่ค่อนข้างหนัก สามารถผ่าตัดดึงหน้าได้
  • ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหน้า สามารถผ่าตัดดึงหน้าเฉพาะส่วนได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบการรักษาให้เหมาะสม
  • สำหรับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยไม่มาก สามารถเลือกดึงหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดได้

มีหลายคนที่สงสัยว่าอยากทำดึงหน้าตอนอายุเท่าไหร่ดีที่สุด? เพราะปัญหาความหย่อนคล้อย ผิวเหี่ยวย่นไม่กระชับ เกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัย เกิดขึ้นได้กับทุกคน ด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันออกไปตามปัจจัยของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน รวมไปถึงในปัจจุบันมีวิธีการดูแลผิวพรรณให้กลับมาเต่งตึงหลากหลายวิธี ทำให้เกิดความสับสนว่าควรทำศัลยกรรมดึงหน้าคืออะไร สามารถทำได้ตอนอายุเท่าไหร่ ใครเหมาะกับการดึงหน้าบ้าง  ก่อนทำควรพิจารณาจากอะไร ยกกระชับหน้ามีวิธีไหนบ้าง สามารถติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากข้อมูลต่อไปนี้

ศัลยกรรมดึงหน้า คืออะไร?

ศัลยกรรมดึงหน้า (Face Lift Surgery) คือ การผ่าตัดเข้าไปดึงเนื้อเยื่อชั้น SMAS และเย็บตรึงไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อยกกระชับและปรับใบหน้าให้ได้รูปมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นจากชั้นผิวลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานประมาณ 5 – 10 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำ อายุที่เพิ่มขึ้น สภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยส่วนตัวอื่น ๆ ของคนไข้ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบทำให้ผิวพรรณกลับมาหย่อนคล้อยในอนาคต

สัญญาณเตือนว่าควรผ่าตัดดึงหน้า!

สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจว่าถึงเวลาดึงหน้าแล้วหรือยัง แนะนำให้ลองสังเกตผิวพรรณ รูปหน้า และอาการอื่น ๆ ด้วยตัวเองรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ผิวบริเวณแก้ม ขากรรไกร หรือช่วงกรอบหน้า มีความหย่อนคล้อย ห้อยย้อยลงมากจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน
  • ผิวบริเวณลำคอมีความเหี่ยวย่น ริ้วรอยเยอะ หย่อนคล้อยค่อนข้างมาก
  • ร่องแก้มบริเวณจมูกยาวมาถึงมุมปากเริ่มลึกและชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม
  • บริเวณหน้าผากและรอบดวงตาเกิดริ้วรอยที่ชัดและลึกถาวร แม้จะไม่ได้แสดงสีหน้าอารมณ์ก็ยังเห็นได้ชัดเจน
  • ผิวขาดความยืดหยุ่น ไม่เต่งตึง แก้มเหี่ยว ห้อยย้อย 

ศัลยกรรมดึงหน้ามีข้อควรรู้อะไรบ้าง

อายุเท่าไหร่ถึงเหมาะสมกับศัลยกรรมดึงหน้า? มีข้อควรรู้อะไรบ้าง?

โดยทั่วไปอายุที่นิยมเริ่มทำผ่าตัดดึงหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 40 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วงวัยที่จะเริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยที่มากขึ้นสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน โดยในแต่ละช่วงวัยจะมีปัญหาเรื่องของผิวพรรณและความหย่อนคล้อยที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถแบ่งกลุ่มช่วงวัยที่ควรพิจารณาดึงหน้าได้ดังนี้

ช่วงอายุ 30 – 40 ปี ควรเริ่มดูแลอย่างไร?

ในช่วงอายุนี้ผิวจะเริ่มมีการเสื่อมโทรมลง ชั้นหนังแท้เริ่มมีปัญหามากขึ้น คอลลาเจนและอิลาสตินเริ่มลดลง กระบวนการผลัดเซลล์ผิวทำงานได้ช้าลง ผิวจึงเริ่มมีปัญหามากขึ้น เช่น ความหมองคล้ำ ร่องลึก ริ้วรอย รวมไปถึงความหย่อนคล้อยในบางส่วน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนตัวของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น การดูแลผิวพรรณ สภาพผิว พันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต เป็นต้น หากปัญหาไม่หนักมากสามารถเริ่มใช้หัตถการยกกระชับเพื่อช่วยแก้ปัญหาได้ เช่น Ulthera SPT, Ultraformer MPT, ร้อยไหม เป็นต้น ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและต้นเหตุของการเกิดปัญหาที่ไม่เหมือนกัน แต่ถ้ามีปัญหาความหย่อนคล้อยมากในบางจุดของใบหน้าแพทย์อาจพิจารณาดึงหน้าเฉพาะจุด (Mini Face Lift)

ช่วงอายุ 40 – 50  ปี เหมาะกับการดึงหน้าจริงไหม?

ในช่วงอายุนี้จะเริ่มสูญเสียไขมันใต้ชั้นผิวค่อนข้างเยอะทำให้เกิดการยุบตัว เนื้อเยื่อที่ยึดระหว่างชั้นไขมันและกล้ามเนื้ออ่อนแรงลงทำให้ผิวหย่อนคล้อยมากขึ้น เกิดริ้วรอยและร่องลึกถาวรซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนทั่วใบหน้า การใช้นวัตกรรมยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดอาจจะให้ผลลัพธ์ได้ไม่เต็มที่ หลายคนจึงนิยมเลือกผ่าตัดดึงหน้าเพราะแก้ปัญหาได้ตรงจุด เห็นผลได้อย่างชัดเจน 

ช่วงอายุ 50  ปีขึ้นไป ยังสามารถดึงหน้าได้ไหม ควรระวังอะไรบ้าง?

สำหรับคนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ยังสามารถดึงหน้าได้และให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ทั้งยังสามารถปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ลง แต่ก็มีข้อควรระวังด้วยเช่นกัน เนื่องจากอายุในช่วงวัยนี้ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลงมาก กระบวนการฟื้นฟูร่างกายทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื้อเยื่อสมานตัวได้ไม่ดีแผลผ่าตัดอาจหายช้า รอยแผลอาจนูนได้มากกว่าหรือจางลงไปได้ไม่มากเท่ากับคนที่อายุน้อยกว่า นอกจากนั้นผลลัพธ์อาจจะคงอยู่ได้น้อยกว่าคนที่อาจประมาณ 30 – 40 ปี

ก่อนผ่าตัดดึงหน้าควรพิจารณาอะไรบ้าง

ก่อนตัดสินใจผ่าตัดดึงหน้า ควรพิจารณาอะไรบ้าง?

ก่อนผ่าตัดดึงหน้า ควรศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนถูกต้อง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงขั้นตอน ผลข้างเคียง และข้อควรทราบต่าง ๆ เป็นต้น โดยมีรายละเอียดที่ควรพิจารณาดังนี้

  • เทคนิคในการผ่าตัดดึงหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย จึงต้องทราบว่าแพทย์ใช้เทคนิคอะไรในการแก้ปัญหา ซึ่งแพทย์จะต้องผ่าตัดเพื่อเข้าไปดึงเนื้อเยื่อในชั้น SMAS เพราะเป็นชั้นที่สามารถยกกระชับและปรับใบหน้าเรียบตึงได้อย่างเห็นผล หากเทคนิคที่ใช้ไม่ได้ดึงชั้น SMAS อาจจะไม่ได้ผลมากนักและผลลัพธ์คงอยู่ได้ไม่นาน รวมไปถึงเทคนิคการเย็บซ่อนแผลของแพทย์ที่จะช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กและเนียนไปกับไรผม
  • ปัญหาที่ต้องแก้ไข ใบหน้าของแต่ละคนมีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน แพทย์จะประเมินและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมมากที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดี ปลอดภัย แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ได้อย่างครอบคลุม หากใครที่ระดับปัญหาผิวหน้าไม่เยอะก็สามารถเลือกใช้หัตถการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดได้ หากปัญหาเกิดในชั้นผิวลึกหรือมีปัญหาค่อนข้างหนักก็สามารถเลือกการผ่าตัดเพื่อใช้รักษาได้
  • ตำแหน่งที่ทำการรักษา ต้องเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อให้ทราบว่าตำแหน่งใดบ้างที่ควรได้รับการแก้ไขดึงหน้า บางกรณีอาจจะทำเพียงแค่ดึงหน้าเฉพาะส่วนไม่ต้องทำทั้งหน้า เช่น หน้าผาก กรอบหน้า หรือลำคอ เป็นต้น แต่ในรายที่อายุเยอะและมีปัญหาค่อนข้างหนัก อาจจะต้องผ่าตัดดึงผิวทั่วใบหน้าแบบ Full Face Lift ซึ่งค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์ที่ได้ก็จะต่างกันออกไป
  • ออกแบบและวิเคราะห์โครงหน้า นอกจากผิวพรรณที่เรียบตึง กระชับ หน้าแลดูอ่อนเยาว์แล้ว อีกหนึ่งผลลัพธ์คือการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น โดยแพทย์จะต้องออกแบบร่วมกับคนไข้เพื่อให้ได้ใบหน้าที่เหมาะสมตามความต้องการของคนไข้ เมื่อได้รายละเอียดที่ครบถ้วนแพทย์จะกำหนดตำแหน่งในการผ่าตัดและดึงหน้าให้เป็นไปตามแผนการรักษาที่ได้วางไว้ตั้งแต่แรก
  • สถานพยาบาลและแพทย์ แนะนำให้เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ สามารถอธิบายเทคนิคการผ่าตัดได้อย่างละเอียด ตอบข้อสงสัยหรือให้คำแนะนำได้อย่างครบถ้วน ห้องผ่าตัดได้มาตรฐานและแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน
  • สุขภาพและเวลาพักฟื้น คนไข้จะต้องไม่มีโรคประจำตัวหรือภาวะผิดปกติที่ส่งผลเสียต่อการผ่าตัด เช่น โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือมีโรคติดต่ออื่น ๆ เป็นต้น รวมไปถึงความสามารถในการฟื้นตัวของผิวยังคงทำได้ดีอยู่หรือไม่เพราะมีผลกับระยะเวลาในการฟื้นตัวและประสิทธิภาพในการสมานแผลหลังผ่าตัด นอกจากนั้นต้องใช้ระยะเวลาในพักฟื้นประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนที่แตกต่างกัน) จึงต้องเผื่อเวลาสำหรับพักฟื้นไว้ล่วงหน้าด้วย

ข้อดีของการเลือกศัลยกรรมดึงหน้าในช่วงอายุที่เหมาะสม

ข้อดีของการผ่าตัดดึงหน้าในช่วงอายุที่เหมาะสมมีด้วยกันหลายประการ ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัดให้น้อยลง ช่วยให้ได้ผลลัพธ์หลังผ่าตัดที่ดี และมีความปลอดภัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • หากทำในช่วงอายุที่เหมาะสม ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน เพราะความเสื่อมโทรมของผิวยังน้อยอยู่ จึงไม่ต้องทำซ้ำบ่อย
  • หากทำในช่วงอายุที่เหมาะสม จะสามารถฟื้นตัวได้ไว แผลหายเร็ว ลดโอกาสเกิดแผลนูนให้น้อยลง เพราะคอลลาเจนและอีลาสตินยังผลิตได้ดี
  • หากทำในช่วงอายุที่เหมาะสม อายุยังไม่มากเกินไป ผลลัพธ์จะมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะไม่ต้องแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งกล้ามเนื้อมากนัก

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจศัลยกรรมดึงหน้า

ศัลยกรรมดึงหน้าถึงแม้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและปรับรูปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อควรรู้ที่ควรพิจารณาร่วมด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • หลังทำอาจเกิดรอยแผลเป็นขนาดเล็กซึ่งซ่อนไว้หลังไรผมหรือตามแนวใบหู ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดและเย็บแผล
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 5 – 10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง อายุที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยส่วนตัวของคนไข้แต่ละคนที่แตกต่างกัน
  • ใช้ระยะเวลาพักฟื้นนานประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ผ่าตัดและร่างกายของคนไข้ที่ไม่เหมือนกัน

วิธีดึงหน้าแบบไม่ผ่าตัดมีอะไรบ้าง?

ในส่วนของคนที่อยากดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด หากเป็นคนที่มีปัญหาค่อนข้างเยอะ ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะน้อยหรือแทบไม่เห็นผล แต่ในส่วนของคนที่อายุไม่มากและมีปัญหาไม่เยอะการเลือกใช้นวัตกรรมยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดก็อาจจะตอบโจทย์มากกว่า โดยมีหัตถการยกกระชับที่ได้รับความนิยม ดังนี้ 

  • Ultherapy นวัตกรรมเครื่องยกกระชับด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ ที่สามารถปล่อยพลังงานได้ลึกถึงชั้น SMAS ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวผ่านหน้าจอแสดงผลแบบ Real time  ทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งและความลึกที่จะปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำ แต่อาจจะแก้ปัญหาในเคสของคนที่มีความหย่อนคล้อยมาก ๆ ไม่ได้ เพราะไม่สามารถเข้าไปดึงชั้นกล้ามเนื้อขึ้นมาขึงไว้ในตำแหน่งที่ต้องการได้เหมือนกับการผ่าตัด
  • Thermage FLX ใช้คลื่นความถี่วิทยุ RF (Radiofrequency) ปล่อยพลังงานลงลึกสู่ผิวหนังเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระชับผิว เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะในบริเวณกรอบหน้า แก้ม และลำคอ ข้อดีคือช่วยให้ผิวแน่นขึ้นโดยไม่ทำให้หน้าตอบ ปลอดภัยและไม่ต้องพักฟื้น
  • Botox ยกกระชับหน้า การฉีดโบท็อกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ดึงหน้าลง เช่น บริเวณลำคอหรือกรามล่าง ทำให้ใบหน้าดูยกขึ้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาหย่อนคล้อยจากกล้ามเนื้อทำงานมากเกินไป ข้อดีคือราคาย่อมเยา เห็นผลไว ข้อจำกัดคืออยู่ได้ประมาณ 4–6 เดือน และไม่ได้ยกเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยลึกมาก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้า (FAQ)

สำหรับใครที่มีคำถามเกี่ยวกับการศัลยกรรมดึงหน้าเพิ่มเติม เราได้รวบรวมเอาส่วนหนึ่งของคำถามที่พบบ่อยมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

Q: ดึงหน้าแล้วต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?
A: หลังผ่าตัดดึงหน้าจะพักฟื้นอยู่ที่ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำ การฟื้นตัวของคนไข้แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน และเทคนิคที่แพทย์ใช้ในการผ่าตัด โดยในช่วง 1 สัปดาห์แรกสามารถกลับมาทำกิจกรรมเบา ๆ ได้บ้าง โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ออกแรงเยอะเพราะจะทำให้แผลผ่าตัดและกล้ามเนื้อหน้าเกิดอาการตึงจนอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

Q: ดึงหน้าแล้วแผลจะอยู่ตรงไหน? เห็นชัดหรือไม่?
A: แผลผ่าตัดโดยปกติมักจะถูกเย็บซ่อนไปหลังไรผมหรือตามแนวใบหู หากดูแลตัวเองตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด แผลก็จะจางลงจนแทบมองไม่เห็น ประกอบกับเทคนิคการเย็บแผลของแพทย์ที่จะช่วยซ่อนให้แผลผ่าตัดเนียนไปกับผิวได้ดียิ่งขึ้น

Q: ศัลยกรรมดึงหน้าช่วยยกคอได้ด้วยไหม?
A: ในกรณีของคนที่ดึงหน้าอย่างเดียวไม่สามารถช่วยยกกระชับคอได้ หากผิวบริเวณคอมีปัญหาค่อนข้างมากแพทย์อาจจะพิจารณาผ่าตัดด้วยเทคนิคดึงคอ (Neck Lift) เพื่อช่วยให้องค์รวมของใบหน้าและลำคอแลดูอ่อนเยาว์

Q: หลังดึงหน้าแล้วจะรู้สึกตึงหรือไม่เป็นธรรมชาติไหม?
A: เรื่องของความตึงหรือดูไม่เป็นธรรมชาติ สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงแรกที่แผลผ่าตัดยังไม่หายดี ใบหน้ายังไม่เข้าที่ ร่างกายยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 1 – 2 เดือน และจะเข้าที่ในช่วง 3 – 6 เดือนหลังทำ แต่ในกรณีของแพทย์ผู้ผ่าตัดไม่มีประสบการณ์มากพอหรือคำนวณตำแหน่งในการดึงคลาดเคลื่อน อาจทำให้ใบหน้าผิดสัดส่วนจนดูไม่เป็นธรรมชาติได้

Q: ดึงหน้าแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน? ต้องทำซ้ำหรือไม่?
A: ผลลัพธ์หลังดึงหน้าสามารถอยู่ได้นานประมาณ 5 – 10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำ อายุที่เพิ่มขึ้น สภาพผิว และปัจจัยส่วนตัวอื่น ๆ ของคนไข้ที่แตกต่างกัน

Q: หลังผ่าตัดจะบวมมากไหม? ต้องดูแลอย่างไร?
A: อาการบวมช้ำหลังทำสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บจากการผ่าตัด โดยอาการบวมจะเกิดขึ้นประมาณ 3 – 5 วันแรกหลังทำ และจะค่อย ๆ หายไปได้เองภายในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ แนะนำให้ประคบเย็น ยกศีรษะสูงเวลานอน และหลีกเลี่ยงการก้มหน้าเพื่อให้อาการบวมยุบเร็ว

Q: ผ่าตัดดึงหน้าต้องดมยาสลบหรือใช้ยาชาเฉพาะที่?
A: ในกรณีของคนที่ดึงหน้าแบบ Full Face Lift แพทย์จะเลือกใช้การดมยาสลบเพื่อให้คนไข้ผ่อนคลายและไม่รู้สึกเจ็บ แต่หากเป็นการผ่าตัดเฉพาะจุด Mini Face Lift แพทย์อาจพิจารณาเลือกใช้ยาชาเฉพาะจุด

Q: คนที่อายุมากกว่า 60 ปี ยังสามารถทำดึงหน้าได้ไหม?
A: คนอายุ 60 สามารถทำศัลยกรรมดึงหน้าได้ แต่ต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและตรวจร่างกาย ว่ามีความพร้อมที่จะรับการผ่าตัดหรือไม่ หากสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด ผิวยังมีความยืดหยุ่น ก็สามารถผ่าตัดยกกระชับใบหน้าได้

Q: ดึงหน้าแล้วสามารถทำหัตถการอื่นร่วมได้ไหม เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์?
A: สามารถทำหัตถการอื่น ๆ รวมด้วยได้ เพราะการดึงหน้าช่วยยกกระชับ ทำให้ผิวเรียบตึง แต่ไม่ได้ช่วยเติมเต็ม หรือปรับคุณภาพผิวให้ดีขึ้น ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาตามลำดับที่เหมาะสมมากที่สุด

สรุป

ศัลยกรรมดึงหน้า อีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ต้องการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นจากชั้นผิว SMAS ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ยึดโยงอยู่กับกล้ามเนื้อ หากเกิดการเสื่อมสภาพจะส่งผลทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อยไม่กระชับ โดยปัญหาเหล่านี้มักจะเริ่มเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่ออายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป หากปล่อยไว้ไม่รีบดูแลจะทำให้ปัญหาลุกลามจนแก้ไขได้ยากและได้ผลลัพธ์ที่น้อยลง แนะนำให้เริ่มดูแลผิวพรรณได้ตั้งแต่อายุน้อย ๆ สำหรับใครที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการให้ใบหน้าตึงกระชับ ปรับใบหน้าให้เข้ารูปมากขึ้น แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของ Vincent Clinic Plastic Surgery เพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

หมออาร์ช
หมออาร์ช
พญ.สุมิตรา จันทร์เพ็ง

แพทย์ของ Vincent Clinic

Scroll to Top
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit