vincent.jpg.png
vc_3.png

Vincent Clinic Bangkok Plastic Surgery

คลินิกศัลยกรรมความงาม ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit
บทความ
ฉีด PRP คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง มีผลข้างเคียงไหม?
แชร์ :
ทำความรู้จักกับPRP
อยากรู้เรื่องอะไร? คลิกที่หัวข้อได้เลย!

ฉีด PRP วิธีการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ที่กำลังได้รับความนิยม เพราะไม่ต้องผ่าตัด ไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่ไม่อยากใช้ระยะเวลาในการรักษานาน ต้องการกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหลังทำ ไม่มีเวลามากพอที่จะพักฟื้น ซึ่งวิธีการนี้ยังมีหลายคนที่สงสัยว่าคืออะไร ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง สามารถทำร่วมกับวิธีการอื่นได้ไหม มีผลข้างเคียงอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง มีข้อจำกัดในการฉีดไหม สามารถติตดามอ่านได้จากบทความนี้

ฉีด PRP คืออะไร? 

ฉีด PRP ผม (Platelet Rich Plasma) เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยให้เส้นผมกลับมาแข็งแรง กระตุ้นกระบวนการงอกของเส้นผมใหม่ให้ดีขึ้น ช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผม ด้วยการนำเอาเลือดของคนไข้เข้าสู่กรับวนการทางการแพทย์เพื่อคัดแยกเอาเฉพาะเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่าง Growth Factor ฉีดเข้าไปในบริเวณที่มีปัญหาหรือต้องการแก้ไขให้ดีขึ้น

PRPคืออะไร

PRP คืออะไร?

PRP (Platelet Rich Plasma) คือ พลาสม่าที่ได้จากการนำเอาเลือดของคนไข้เข้าสู่เครื่อง Centrifuge เพื่อคัดแยกเอาเฉพาะพลาสม่าที่อุดมไปด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น โดยมีเกล็ดเลือดประมาณ 1,000,000 หน่วยต่อไมโครลิตร หรือ 3 – 4 เท่าจากเกล็ดเลือดปกติ มักถูกนำมาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวพรรณ รักษาอาการบาดเจ็บบางประเภท รวมไปถึงสามารถนำมาช่วยในการปลูกผมได้อีกด้วย ซึ่งมีความปลอดภัย แทบจะไม่เกิดความเสี่ยง อาการแพ้ หรืออาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เพราะเป็นเกล็ดเลือดที่มาจากของคนไข้เองโดยตรง

เกล็ดเลือดเข้มข้น ช่วยเรื่องอะไร?

เกล็ดเลือดมีส่วนประกอบที่มีประโยชน์อย่าง Growth Factor ซึ่งทำหน้าที่ช่วยสมานแผล ซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ฟื้นฟูเซลล์ให้กลับมาทำงานได้เป็นปกติ ทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยให้กระบวนการสร้างและซ่อมแซมเส้นเลือดดีขึ้น กระตุ้นเซลล์รากผมให้สุขภาพดีแข็งแรงมากขึ้น

เกล็ดเลือดเข้มข้นประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?

ภายในเกล็ดเลือดเข้มข้นมีส่วนประกอบของ Growth Factor มากมาย ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการกระตุ้นให้ Stem Cell ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เมื่อนำไปฉีดบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาจะช่วยให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่มาเลี้ยงเซลล์รากผมได้ดี สร้างเนื้อเยื่อใหม่กระตุ้นการงอกของเส้นผม ช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผม ส่งผลให้เส้นผมและรากผมมีสุขภาพที่ดีแข็งแรงขึ้นมากกว่าเดิม

ฉีด PRP ผม เหมาะกับใครบ้าง?

ฉีด PRP ผม เหมาะกับคนที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ซึ่งเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย โดยสามารถเข้าไปช่วยกระตุ้นให้เส้นผมงอกใหม่และมีความแข็งแรงมากขึ้น

  • เหมาะกับคนที่มีภาวะผมบางซึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์
  • เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมประสิทธิภาพของการปลูกผมให้ดียิ่งขึ้น
  • เหมาะกับคนที่ไม่สามารถใช้วิธีการรักษาแบบอื่นได้
  • เหมาะกับคนที่ใช้ยารักษาผมร่วงแล้วไม่ได้หรือเห็นผลน้อยไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
  • เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยที่ไม่ต้องการใช้วิธีปลูกผม
  • เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาน้อย ไม่อยากพักฟื้นนาน ๆ
  • เหมาะกับคนที่ต้องการรักษาอาการผมร่วงหรือผมบางที่เกิดจากอาการเจ็บป่วย

ฉีด PRP มีจุดเด่นอะไรบ้าง?

จุดเด่นของการ ฉีด PRP มีด้วยกันหลายประการ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับเส้นผมได้ดี โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาหรือผลข้างเคียงร้ายแรงตามมา โดยมีจุดเด่นดังนี้

  • เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น เพราะไม่ใช่การผ่าตัด
  • วันรุ่งขึ้นหลังทำสามารถสระผมได้เลย เพราะไม่มีการเปิดแผลเหมือนการผ่าตัด
  • มีความปลอดภัยสูง โอกาสที่จะเกิดอาการแพ้หรือได้รับผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์หลังทำต่ำ เนื่องจากเป็นเลือดของคนไข้เอง ไม่มีการผสมสารเคมีอื่น ๆ เข้าไปเพิ่มเติม
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการชะลอผมหลุดร่วงและกระตุ้นให้รากผมแข็งแรงทำได้ดียิ่งขึ้น
  • สามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษาหรือทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ดี

ฉีด PRP มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

ฉีด PRP ถึงแม้จะเป็นการนำเลือดของคนไข้มาใช้ทำให้โอกาสที่จะเกิดปัญหาตามมาต่ำและช่วยเสริมการรักษาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้หรือทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น้อยลง โดยกลุ่มคนที่ไม่เหมาะกับหัตถการนี้ มีรายละเอียดดังนี้

  • ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่กำลังรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีประวัติเคยเป็นโรคหรือมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับเกล็ดเลือด
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีเกล็ดเลือดต่ำขั้นรุนแรง น้อยกว่า < 100,000 เกล็ดต่อไมโครลิตร
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีภาวะเลือดจาง ซึ่งมีค่าฮีโมโกลบินน้อยกว่า 10 กรัมต่อเดซิลิตร
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีมีอาการป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดหรือเกิดการอักเสบติดเชื้อบริเวณที่ต้องการทำการรักษา
  • ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
  • ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคผิวหนังบริเวณศีรษะที่โรคยังกำเริบหรือมีอาการอยู่
  • ไม่เหมาะกับคนที่กำลังป่วยและต้องได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาละลายลิ่มเลือด รวมไปถึงยากลุ่ม NSIADs แนะนำให้หยุดใช้ก่อนเข้ารับบริการและควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา
  • ไม่เหมาะกับคนที่ได้รับการฉีด Corticosteroid ในบริเวณที่จะทำการรักษาในช่วง 1 เดือน นอกจากนั้นยังรวมไปถึงชนิดรับประทานหรือฉีดเข้าสู่ร่างกายภายใน 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการรักษาอีกด้วย
  • ไม่เหมาะกับคนที่เคยมีประวัติเกิดอาการแพ้หลังฉีด PRP ที่บริเวณหนังศีรษะ

ก่อนฉีด PRP ควรเตรียมตัวอย่างไร?

ก่อนฉีด PRP ควรมีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการรักษาเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงตามมา และช่วยให้เกล็ดมีคุณภาพมากที่สุด โดยมีขั้นตอนการเตรียมตัวดังนี้

  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมง จะช่วยให้ร่างกายมีความพร้อมและทำให้เกล็ดเลือดที่ต้องการนำมาใช้มีคุณภาพดี
  • ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอก่อนเข้ารับบริการ
  • ควรสระผมก่อนเข้ารับบริการ
  • งดสูบบุหรี่หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
  • งดยากลุ่ม NSAIDs ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาแอสไพริน ก่อนเข้ารับบริการประมาณ 1 สัปดาห์
  • งดรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามิน เช่น วิตามินอี วิตามินบี สมุนไพร ใบแปะก๊วย เป็นต้น ก่อนเข้ารับการรักษาประมาณ 1 สัปดาห์

ขั้นตอนการทำPRP

ขั้นตอนการฉีด PRP ผม

ฉีด PRP เป็นวิธีการช่วยรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษาอื่น ๆ ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยมีขั้นการทำรักษาดังนี้

  • เข้ารับคำปรึกษาและออกแบบการรักษาเฉพาะรายบุคคลกับแพทย์
  • เจาะเลือดจากคนไข้ออกมาประมาณ 10 มิลลิลิตร เพื่อนำเอาไปเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเกล็ดเลือดด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ประมาณ 5 นาที
  • ระหว่างรอเลือดเข้าเครื่องปั่นคัดแยกเกล็ดเลือดแพทย์จะทำการฉีดยาชาในบริเวณที่ต้องการรักษา หรืออาจจะใช้วิธีการประคบเย็น รวมถึงเครื่องสั่นบรรเทาอาการปวด ขึ้นอยู่กับแพทย์จะเป็นผู้เลือกใช้ให้เหมาะสม
  • หลังจากได้เกล็ดเลือดเข้มข้นและยาชาเริ่มออกฤทธิ์ แพทย์จะเริ่มฉีด PRP ในตำแหน่งที่ต้องการรักษาด้วยอัตราส่วน 1 มลต่อตารางเซนติเมตร
  • หลังจากฉีดเสร็จแล้วแพทย์จะให้คนไข้รับการฉายเลเซอร์ที่มีความเข้มข้นต่ำประมาณ 20 นาที เพื่อเป็นการช่วยเสริมประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

หลังฉีด PRP ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

หลังฉีด PRP เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงหรือผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์หลังทำ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยสามารถปฏิบัติตัวตามหัวข้อดังนี้

  • ในช่วง 4 – 6 ชั่วโมงแรกหลังทำควรงดสระผมหรือใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม สามารถสระผมได้ในวันรุ่งขึ้น
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 วันหลังทำ
  • ในช่วง 2 – 3 วันแรกหลังทำ ควรงดรับประทานยาในกลุ่มที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น NSAIDs แอสไพริน เป็นต้น
  • 1 สัปดาห์แรกหลังทำ ควรใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยน ไม่ควรถู เกา หรือขยี้แรง ๆ แนะนำให้สระอย่างเบามือ
  • หลังทำอาจเกิดอาการบวมช้ำในบริเวณที่ทำหัตถการขึ้นได้ สามารถใช้การประคบเย็นหรือนอนให้ศีรษะยกสูงก็จะช่วยบรรเทาอาการลงได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปได้เองภายใน 2 – 3 วัน ในส่วนของอาการฟกช้ำจะหายไปได้เองใน 1 – 2 สัปดาห์
  • ควรงดออกแดดหรืองดอาบแดดในช่วง 1 – 2 วันแรกหลังทำ

ฉีด PRP กี่ครั้งถึงเห็นผล?

ฉีด PRP ผม หลังทำประมาณ 1 เดือนแรก จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องของไรผมที่งอกขึ้นใหม่ ในช่วง 2 – 3 เดือนหลังทำจะสังเกตเห็นลักษณะของผมที่หนาขึ้นได้ ซึ่งผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องทุก 1 เดือน จนครบ 3 ครั้ง หลังจากนั้นสามารถทำได้ทุก ๆ 3 – 6 เดือน จะยิ่งช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น

ฉีด PRP ที่ไหนดี?

ก่อนฉีด PRP ควรศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงและทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีหลังทำ จึงควรพิจารณาเลือกทำดังนี้

  • เลือกจากคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ สถานที่สะอาด มีการแบ่งสัดส่วนที่ชัดเจน มีเลขใบอนุญาตติดไว้ที่หน้าคลินิกที่ชัดเจน
  • เลือกจากแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความเข้าใจโครงสร้างของหนังศีรษะและปัญหาที่เกิดขึ้นกับเส้นผม
  • เลือกจากเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เป็นของแท้ที่สามารถตรวจสอบได้

ฉีด PRP ราคาเท่าไหร่?

ราคาฉีด PRP มีด้วยกันหลายราคาขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ใช้ในการรักษา ระดับปัญหาของคนไข้ที่แตกต่างกัน รวมถึงโปรโมชันในแต่ละช่วงเวลาที่มีความแตกต่างกันออกไป มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 2,000 – 20,000 บาท แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์โดยตรงเพื่อให้ได้รับรายละเอียดที่ครบถ้วนถูกต้องมากที่สุด

คำถามเกี่ยวกับ PRP

คำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับการฉีด PRP

หลายคนยังคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีด PRP ซึ่งเราได้รวบรวมเอาคำถามที่พบได้บ่อยมาไว้ในบทความนี้เพื่อช่วยไขข้อสงสัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

ฉีด PRP ผม เห็นผลเมื่อไหร่?

หลังฉีด PRP จะเห็นความหนาของเส้นผมที่เพิ่มขึ้นได้อย่างชัดเจนในช่วง 3 – 6 เดือนหลังทำ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคล)

ฉีด PRP เจ็บไหม?

ฉีด PRP อาจรู้สึกเจ็บได้บ้างเพราะมีการใช้เข็ม โดยแพทย์จะมีการใช้ยาชา ใช้การประคบเย็นเข้า รวมไปถึงใครเครื่องสั่นบรรเทาความเจ็บ ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลงหรือแทบไม่รู้สึก ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อความเจ็บของคนไข้แต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป

ฉีด PRP ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม?

การฉีด PRP ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 3 – 6 เดือนแรกหลังทำ โดยสามารถฉีดอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 3 – 6 เดือนเพื่อช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น แต่ในกรณีที่มีการรักษาหลักอย่างอื่นร่วมด้วยสามารถฉีดได้ทุก ๆ 4 เดือน ถึง 6 เดือน ตามความเหมาะสมของโดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด

ฉีด PRP ในผู้ป่วยมะเร็งได้ไหม?

แพทย์ไม่แนะนำให้ฉีด PRP ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งหรือกำลังรักษาโรคมะเร็งอยู่ เพราะในเลือกมียาหลายชนิด นอกจากนั้นสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ อาจทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นอย่างที่ต้องการหรือไม่เห็นผล

สรุป

ฉีด PRP คืออีกหนึ่งทางเลือกของคนที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ให้กลับมางอกใหม่ดีขึ้น เส้นผมหนาขึ้น โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ สามารถใช้เป็นการเสริมประสิทธิภาพการรักษาให้กับวิธีการหลักอย่างอื่นได้ แต่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหารุนแรงหรือศีรษะล้าน อาจจะต้องใช้วิธีการอื่น ๆ ร่วมด้วย สำหรับใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะอ่อนแอ เส้นผมไม่แข็งแรง มีอาการผมร่วง ผมบาง รวมไปถึงมีปัญหาศีรษะล้าน สามารถเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์มากประสบการณ์ของ Vincent Clinic ได้เลย

หมออาร์ช
หมออาร์ช
พญ.สุมิตรา จันทร์เพ็ง

แพทย์ของ Vincent Clinic

Scroll to Top
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit