vincent.jpg.png
vc_3.png

Vincent Clinic Bangkok Plastic Surgery

คลินิกศัลยกรรมความงาม ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit
บทความ
ผมบางไม่ใช่ปัญหา! เคล็ดลับดูแลและเพิ่มวอลุ่มให้ผมดูหนาขึ้นทันใจ
แชร์ :
ผมบางไม่ใช่ปัญหา
อยากรู้เรื่องอะไร? คลิกที่หัวข้อได้เลย!

ผมบางเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเกิดจากพันธุกรรม อายุที่เพิ่มขึ้น ความเครียด หรือพฤติกรรมการดูแลผมที่ไม่ถูกต้อง แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะสมัยนี้เรามีวิธีการมากมายในแก้แก้ผมบาง เพิ่มวอลลุ่มให้กับผมได้หลากหลาย ในบทความนี้ Vincent จะพาคุณมาศึกษาถึงต้นตอของปัญหาผมบางที่กวนใจคุณอยู่ เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ถูกวิธีได้อย่างตรงจุด และแนะนำดูวิธีต่างๆ ที่ช่วยฟื้นฟูเส้นผมบางให้กลับมาดูสุขภาพดี มีวอลุ่มและหนาได้อย่างทันใจคุณ

อาการผมบาง เกิดจากอะไร 

อาการผมบาง อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่ส่งผลต่อสุขภาพของเส้นผมและหนังศีรษะ โดยปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดผมบาง มีดังนี้

  • พันธุกรรม
  • ฮอร์โมนและอายุ 
  • ความเครียด 
  • ขาดสารอาหารที่จำเป็น 
  • การใช้สารเคมีหรือความร้อนกับเส้นผม 
  • โรคหรือภาวะทางสุขภาพ
  • ผลข้างเคียงจากยา 
  • การเปลี่ยนแปลงหลังการตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน 
  • การติดเชื้อหรือปัญหาหนังศีรษะ 

ผมบางเกิดจากอะไร

ผมบางกว่าปกติ สังเกตได้อย่างไร 

การรู้ว่าผมร่วงมากผิดปกติหรือไม่สามารถสังเกตได้จากหลายปัจจัย ทั้งจำนวนเส้นผมที่ร่วงในแต่ละวัน ลักษณะการหลุดร่วง และผลกระทบต่อสุขภาพของเส้นผมและหนังศีรษะ โดยสามารถตรวจสอบได้ดังนี้

1. จำนวนเส้นผมที่ร่วงต่อวัน หากคุณสังเกตว่าผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวันต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน อาจเป็นสัญญาณของปัญหาผมร่วงผิดปกติ

2. ผมร่วงเป็นกระจุก หากสังเกตเห็นผมร่วงเป็นกระจุกใหญ่บนหมอนหลังตื่นนอน บนพื้นห้องน้ำหลังสระผม หรือระหว่างการหวีผม นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าผมร่วงมากเกินไปกว่าปกติ

3. หนังศีรษะชัดขึ้น ลองสังเกตบริเวณที่เคยมีผมหนาว่าดูบางลงหรือเห็นหนังศีรษะชัดเจนขึ้นหรือไม่ เช่น บริเวณกลางศีรษะ แนวไรผมด้านหน้า หรือด้านข้าง หากเห็นว่าผมบางลงอย่างชัดเจน อาจเป็นสัญญาณของปัญหาผมร่วงที่ควรใส่ใจ

4. การหลุดร่วงผิดปกติหลังดึงเบา ๆ ลองจับเส้นผมประมาณ 10-20 เส้น แล้วดึงเบา ๆ หากมีผมหลุดติดมือมามากกว่า 2-3 เส้น อาจเป็นสัญญาณว่าผมของคุณอ่อนแอหรือกำลังหลุดร่วงผิดปกติ

5. ระยะเวลาที่ผมร่วงต่อเนื่อง หากผมร่วงต่อเนื่องนานเกิน 2-3 เดือนโดยไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุ

การสังเกตและใส่ใจปัญหาผมร่วงตั้งแต่แรกเริ่มเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถช่วยลดความรุนแรงและป้องกันไม่ให้ผมบางพฤติกรรมใดบ้าง ที่ทำให้เสี่ยงผมบางลงจนยากต่อการฟื้นฟูได้ 

ผมบางได้ง่ายๆ ถ้ายังทำพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ 

พฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงผมบางมีหลายประการ โดยที่บางพฤติกรรมสามารถทำให้สุขภาพเส้นผมเสียหายหรือเสี่ยงต่อการหลุดร่วงได้ เช่น:

  1. การใช้สารเคมีที่รุนแรง  การทำสีผม, การดัดผม หรือการยืดผมที่ใช้สารเคมีทำให้เส้นผมอ่อนแอและเปราะบาง จนอาจทำให้ผมร่วงได้
  2. การดึงหรือจับผมบ่อยๆ  การดึงหรือดัดผมโดยไม่ระมัดระวัง เช่น การมัดผมแน่นเกินไป หรือการใช้เครื่องม้วนผมที่มีความร้อนสูง อาจทำให้ผมขาดหรือหลุดร่วง
  3. การใช้ผลิตภัณฑ์ผมที่ไม่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ทำให้หนังศีรษะระคายเคือง หรือใช้แชมพูที่ไม่เหมาะกับสภาพผมและหนังศีรษะ
  4. การรับประทานอาหารไม่สมดุล การขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น วิตามิน B, ธาตุเหล็ก หรือโปรตีน ซึ่งล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม
  5. ความเครียด ความเครียดสามารถทำให้เกิดภาวะผมร่วงแบบชั่วคราวได้
  6. การใช้เครื่องเป่าผมและอุปกรณ์ที่ให้ความร้อนบ่อยๆ การใช้ความร้อนสูงในการจัดทรงผมสามารถทำให้ผมแห้งเสียและหลุดร่วงได้
  7. การนอนหลับไม่เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถทำให้การฟื้นฟูของเซลล์ในร่างกายช้าลง รวมถึงการฟื้นฟูของเส้นผมด้วย
  8. การทานยาบางชนิด ยาบางประเภท เช่น ยาคุมกำเนิด, ยาต้านเศรษฐกิจ หรือยาลดความดันเลือด สามารถมีผลข้างเคียงที่ทำให้ผมร่วงได้

การดูแลรักษาผมให้แข็งแรงและลดความเสี่ยงผมบาง ควรระมัดระวังพฤติกรรมเหล่านี้และใส่ใจในสุขภาพโดยรวม

ผมบางรักษาอย่างไร 

การรักษาผมบางขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้ผมบางลง ซึ่งมีหลายวิธีที่สามารถช่วยฟื้นฟูสภาพผมและป้องกันการร่วงของผมได้ โดยสามารถแบ่งวิธีการรักษาผมบางได้ดังนี้

1. การรักษาผมบางจากกรรมพันธุ์ 

  • ใช้ยารักษาผมบาง เช่น ยา Minoxidil (Rogaine) ใช้ทาบนหนังศีรษะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและลดการร่วงของผม หรือยา Finasteride (Propecia): ยาที่รับประทานซึ่งช่วยลดระดับฮอร์โมน DHT ที่มีผลทำให้ผมบางลงในผู้ชาย

2. การรักษาผมบางจากการขาดสารอาหาร 

  • การเสริมสารอาหาร: การรับประทานวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของผม เช่น วิตามิน B7, วิตามิน D, ธาตุเหล็ก Zinc, โปรตีน
  • การรับประทานอาหารที่มีคุณค่า: การเพิ่มอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก, ผลไม้, เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน, ถั่ว, และไข่ ช่วยให้เส้นผมแข็งแรง

4. การรักษาผมบางจากโรคภูมิต้านทานผิดปกติ

  • การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ยาเช่น Corticosteroids (ยาสเตียรอยด์) ซึ่งสามารถใช้ทาผิวหนังหรือฉีดในบริเวณที่ผมร่วง
  • การรักษาด้วยแสง UV: การใช้แสงอัลตราไวโอเลต (UV) ในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม
  • การรักษาด้วย Immunotherapy: ใช้สารเคมีที่กระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเส้นผม

5. การรักษาผมบางจากการติดเชื้อหรือการอักเสบ 

  • รักษาการอักเสบ: ใช้ยาต้านการอักเสบ เช่น Corticosteroids เพื่อรักษาอาการอักเสบและหยุดการทำลายรูขุมขน
  • การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ: หากเกิดการติดเชื้อบนหนังศีรษะ แพทย์อาจสั่งยาเพื่อรักษาการติดเชื้อ

6. การรักษาผมบางจากการใช้ยาหรือการรักษาด้วยเคมี 

  • การหยุดยา: หากยาที่ใช้ทำให้ผมร่วง ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการหยุดหรือปรับเปลี่ยนยาที่ใช้
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่อ่อนโยน: ใช้แชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่ไม่มีสารเคมีรุนแรงเพื่อป้องกันการระคายเคืองและทำให้ผมมีสุขภาพดีขึ้น

7. การปลูกผม 

  • หากการรักษาผมบางที่ใช้ยาหรือวิธีการอื่นๆ ไม่ได้ผลดี หรือผมร่วงมากจนทำให้เกิดความกังวล การปลูกผมเป็นวิธีที่สามารถฟื้นฟูสภาพผมได้ โดยการย้ายเส้นผมจากบริเวณที่มีเส้นผมหนาไปปลูกในพื้นที่ที่ผมบางหรือไม่มีผม เช่น เทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction) 

การรักษาผมบางควรเริ่มต้นจากการวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงก่อน เพราะวิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของการผมบาง การพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผมจะช่วยให้ได้แนวทางการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

กู้ผมบางด้วยการปลูกผมเทคนิค FUE

กู้ผมบางด้วยเทคนิคการปลูกผมFUE 

การปลูกผมด้วยเทคนิค FUF (Follicular Unit Extraction) คือเทคนิคการปลูกผมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ซึ่งมีขั้นตอนการปลูกผมที่ละเอียดและไม่ทิ้งแผลเป็นขนาดใหญ่เท่ากับเทคนิคการปลูกผมแบบเก่า (FUT) โดยการปลูกผมในวิธี FUE จะใช้เครื่องมือพิเศษที่มีขนาดเล็กมาก ดึงรากผมและปลูกกลับเข้าไปใหม่ให้แนบเนียนตามธรรมชาติ 

ข้อดีของเทคนิคปลูกผมแบบ FUE

  • แผลเล็กและไม่มีแผลเป็นใหญ่
  • ฟื้นตัวเร็ว
  • สามารถเลือกปลูกได้หลายจุด
  • ไม่เจ็บปวด
  • สามารถเก็บรายละเอียดได้ดี

แก้ผมบาง ราคาเท่าไหร่ในการรักษา

ผมบางสามารถรักษาได้หลายวิธี เช่น การใช้ยาหรือโลชั่น เช่น Minoxidil หรือ Finasteride ซึ่งราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 – 5,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและขนาดผลิตภัณฑ์ หากเป็นการรักษาด้วยการปลูกผม เทคนิค FUE หรือ DHI ราคาจะเริ่มที่ประมาณ 30,000 – 150,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนรากผมและคลินิกที่เลือก ทั้งนี้ราคาจะสูงขึ้นหากทำการรักษาผมจำนวนมากหรือในต่างประเทศ

เคล็ดลับแก้ผมบางด้วยวิธีธรรมชาติ 

ผมบาง ปัญหากวนใจที่ใครหลายคนเจอ ทั้งชายและหญิง สำหรับใครที่ทำสีผมบ่อย ใช้สารเคมี หรือผมบางจากการไม่ไดบำรุง เรามีเคล็ดลับการรักษาผมบางด้วยวิธีธรรมชาติสามารถช่วยบำรุงและกระตุ้นการเติบโตของผมมาฝาก ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติง่ายๆที่อยู่รอบตัวเรากันค่ะ 

  1. น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดไขมันและวิตามินอี ช่วยบำรุงหนังศีรษะและเส้นผม ใช้นวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันมะพร้าวและปล่อยทิ้งไว้ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออก
  2. น้ำมันโรสแมรี่ น้ำมันโรสแมรี่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดในหนังศีรษะ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของผม ใช้ 2-3 หยดผสมกับน้ำมันมะกอกหรือมะพร้าวแล้วนวดบนหนังศีรษะ
  3. ว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้มีสารช่วยบำรุงผมและลดการอักเสบของหนังศีรษะ ทาน้ำว่านหางจระเข้ที่สดลงบนหนังศีรษะและทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก
  4. น้ำชาเขียว ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม โดยสามารถนำชาเขียวที่เย็นแล้วมานวดบนหนังศีรษะหรือดื่มชาเขียวเป็นประจำ
  5. น้ำมันทีทรี น้ำมันทีทรีมีคุณสมบัติในการต้านแบคทีเรียและเชื้อรา ช่วยลดปัญหาหนังศีรษะอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการหลุดร่วงของผม สามารถผสมน้ำมันทีทรีกับน้ำมันมะพร้าวแล้วนวดเบาๆ บนหนังศีรษะ
  6. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารที่มีวิตามิน B, C, E, สังกะสี และธาตุเหล็ก อาทิ ผักใบเขียว, ถั่ว, ปลา, ไข่ และผลไม้ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพผมจากภายใน

การรักษาผมบางด้วยวิธีธรรมชาติอาจต้องใช้เวลาพอสมควรในการเห็นผล แต่เป็นวิธีที่ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง

สรุป 

ผมบางที่เกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม, ฮอร์โมน, ความเครียด, ขาดสารอาหาร, การใช้สารเคมี หรือการติดเชื้อ การรักษาผมบางประกอบด้วยการใช้ยากระตุ้นการเจริญเติบโตของผม การเสริมสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างผม รวมถึงการรักษาด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ที่ไม่ทิ้งแผลเป็น นอกจากนี้ยังมีวิธีธรรมชาติที่สามารถใช้ได้ เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเส้นผม ปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ที่ทันสมัยและมีคุณภาพสูง ช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ธรรมชาติ ไม่มีแผลเป็นขนาดใหญ่ ฟื้นตัวได้เร็ว พร้อมทีมแพทย์มากประสบการณ์ที่จะดูแลคุณตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการฟื้นฟูเส้นผม เพื่อให้คุณกลับมามีผมหนา สวยงามและมั่นใจอีกครั้ง มาเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงให้กับตัวเองวันนี้ที่ Vincent Clinic กันค่ะ

หมออาร์ช
หมออาร์ช
พญ.สุมิตรา จันทร์เพ็ง

แพทย์ของ Vincent Clinic

Scroll to Top
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
"><font style="vertical-align: inherit
"><font style="vertical-align: inherit